
เจ้าถิ่นโดดลุยคอนโดหรูปากช่อง-เขาใหญ่
เครือบริษัทกระสอบปากช่องแตกไลน์อสังหาฯ ผุดคอนโดหรูมูลค่ากว่า 2,000 ล้าน ไม่หวั่นล้นตลาด
เครือบริษัทกระสอบปากช่องแตกไลน์อสังหาฯ ผุดคอนโดหรูมูลค่ากว่า 2,000 ล้าน ไม่หวั่นล้นตลาด
นายวิทูร สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุรเลิศ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บริษัท กระสอบปากช่อง ผู้ผลิตกระสอบรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีที่ดินสะสมในปากช่องและเขาใหญ่หลายแปลง รวมกว่า 1,000 ไร่ อาทิ บนถนนธนรัชต์ กม. 2 เนื้อที่ 300 ไร่ บนถนนผ่านศึกกุดคล้า 200 ไร่ และที่โรงงานกระสอบใน อ.ปากช่อง อีกกว่า 300 ไร่
“เราศึกษามานาน 2 ปี เพื่อพัฒนาอสังหาฯ แต่เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะ จึงซื้อที่ดินแปลงใหม่ 28 ไร่ และก่อตั้งบริษัท สุรเลิศ ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท” นายวิทูร กล่าว
สำหรับที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ กม.7 พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โลว์ไรซ์ ระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ “เซอรีน ฮิลส์” โดยเป็นอาคารสูง 5 ชั้น 13 อาคาร จำนวน 176 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 เฟส ซึ่งเฟสแรกจะพัฒนา 3 อาคาร บนพื้นที่ 10 ไร่ ขนาด 102-240 ตร.ม. ราคา 5.918 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 7 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. มูลค่าโครงการ 459 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะเปิดการขายครั้งแรกในวันที่ 18 พ.ค. 2556 นี้ ตั้งเป้าปิดการขายได้ภายใน 3 ปี และจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 34 ปีนี้ คาดแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปี 2557 โดยที่ผ่านมาแม้จะมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในเขาใหญ่จำนวนมากและการแข่งขันดุเดือด แต่หากพิจารณาจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด 2,600 ยูนิต ถือว่าไม่มากจนเกินไปเมื่อเทียบกับหัวหินและพัทยาที่มีมากถึง 1.6 หมื่นยูนิต
ด้านนายธนดล สุจิภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูเคร แอสเสท กล่าวว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น ผู้ผลิตน้ำตาลและพลังงานทดแทนรายใหญ่ ได้ก่อตั้งบริษัท ชู เคร แอสเสท ขึ้นเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเปิดตัวโครงการซูเคร เขาใหญ่ บนเนื้อที่รวม 7 ไร่
โครงการดังกล่าวพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 2 อาคาร ได้แก่ อาคาร เอ จำนวน 36 ยูนิต ซึ่งปิดการขายไปแล้ว และเตรียมเปิดตัวโครงการบี เดือน พ.ค. พัฒนาเป็นอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 46 ยูนิต ขนาด 45-202 ตร.ม. ราคาขาย 6.5-7.5 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. หรือเริ่มต้น 2.715 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้
ก่อนหน้านี้ บริษัท แสนสิริ ได้เปิดตัวโครงการที่เขาใหญ่มูลค่า 1,200 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ 23 องศา เอสเตท คอนโดมิเนียม 161 ยูนิต ซึ่งปิดการขายไปแล้ว และโครงการเดอะวัลลีย์ 236 ยูนิต มียอดขายแล้ว 50% โดยในอนาคตยังมีแผนพัฒนาโรงแรมและวิลล่าเพิ่มเติม







