posttoday
P/E Ratio กำไรอดีตหรืออนาคต (1)

P/E Ratio กำไรอดีตหรืออนาคต (1)

14 พฤษภาคม 2556

ในช่วงที่ตลาดหุ้นบ้านเรามีความผันผวนเช่นนี้ นักลงทุนอาจจะต้องหันมาศึกษาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมมากขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุน เช่น งบการเงิน และ Ratio สำคัญต่างๆ และหนึ่งใน Ratio ที่นักลงทุนคุ้นเคยและใช้กันแพร่หลายก็คือ อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น หรือที่เรียกว่า P/E Ratio สำหรับนักลงทุนที่ได้อ่านบทวิเคราะห์จากหลากหลายแห่ง อาจจะสงสัยว่าทำไม P/E Ratio แต่ละที่นั้นไม่ตรงกัน ทำไมถึงมี P/E Ratio หลายประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร เรามาทำความเข้าใจกับ Ratio ที่สำคัญนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการลงทุนของเรา

ในช่วงที่ตลาดหุ้นบ้านเรามีความผันผวนเช่นนี้ นักลงทุนอาจจะต้องหันมาศึกษาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมมากขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุน เช่น งบการเงิน และ Ratio สำคัญต่างๆ และหนึ่งใน Ratio ที่นักลงทุนคุ้นเคยและใช้กันแพร่หลายก็คือ อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น หรือที่เรียกว่า P/E Ratio สำหรับนักลงทุนที่ได้อ่านบทวิเคราะห์จากหลากหลายแห่ง อาจจะสงสัยว่าทำไม P/E Ratio แต่ละที่นั้นไม่ตรงกัน ทำไมถึงมี P/E Ratio หลายประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร เรามาทำความเข้าใจกับ Ratio ที่สำคัญนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการลงทุนของเรา

P/E Ratio ถือว่าเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในการประเมินมูลค่าของหุ้น หุ้นที่มี P/E Ratio สูงนั้น อาจมีสาเหตุมาจากการคาดการณ์ของนักลงทุนว่า บริษัทจะทำกำไรได้เพิ่มขึ้นในอนาคต จึงยอมที่จะจ่ายแพงกว่า ส่งผลให้ P/E Ratio สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หุ้นที่มี P/E Ratio ต่ำ เป็นเพราะนักลงทุนมีความคาดหวังกับการเพิ่มขึ้นของกำไรในอนาคตน้อยกว่า จึงยอมจ่ายในราคาที่ถูกกว่า ยกตัวอย่างเช่น หุ้นที่มี P/E เท่ากับ 10 อาจถูกมองว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับหุ้นที่มี P/E เท่ากับ 25 ซึ่งการใช้ P/E Ratio นั้นจะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อใช้เปรียบเทียบบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งมักมีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่ดีกว่า ย่อมจะมี P/E Ratio ที่สูงกว่าบริษัทในกลุ่มสาธารณูปโภค ซึ่งมีแนวโน้มการเจริญเติบโตและมูลค่า P/E ที่ต่ำกว่า เป็นต้น

การคำนวณ P/E

วิธีการคำนวณค่า P/E Ratio ทำได้โดยการใช้ราคาปัจจุบันหารด้วยกำไรต่อหุ้น (Earning Per Share : EPS) โดยส่วนมากมักนิยมใช้ผลกำไรในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (Trailing Twelve Months : TTM) สมมติว่าราคาหุ้นเท่ากับ 10 บาท และมีกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 2 บาท ดังนั้น P/E Ratio ของหุ้นตัวนี้จะเท่ากับ 5 ส่วนวิธีการเลือกกำไรของบริษัทมาคำนวณหา P/E Ratio นั้น ก็จะขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนจะใช้กำไรแบบใดในการคำนวณ ทาง Morningstar แนะนำให้นักลงทุนลองดู P/E Ratio ทั้ง 2 แบบประกอบกันไป คือ P/E Ratio ที่คำนวณมาจากกำไรของบริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา (Backwardlooking P/E) และ P/E ที่มาจากการคาดการณ์ล่วงหน้าไปอีก 1 ปี (Forwardlooking P/E) ที่มาจากนักวิเคราะห์ โดยวิธีการใช้การคำนวณ P/E Ratio ในแต่ละแบบนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป

การใช้ Backwardlooking P/E นั้นมีข้อดีคือ เราใช้กำไรที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินการของบริษัท ทำให้เราสามารถนำไปตรวจสอบว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ถูกหรือผิดไปจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ส่วนข้อเสียคือ เราจะไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในอนาคต เช่น การออกขายผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่

การใช้ Forwardlooking P/E นั้นมีข้อดีคือ จะช่วยประมาณความสามารถในการทำกำไรในอนาคตจากข้อมูลที่บริษัทนำเสนอ ทำให้นักลงทุนมองเห็นภาพว่าบริษัทจะดำเนินไปในทิศทางใด นั่นอาจจะเป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจว่าจะซื้อ ขาย หรือถือเพื่อลงทุนในบริษัทนี้ต่อไป ส่วนข้อเสียนั้นอาจเกิดจากการคาดการณ์อนาคตผิดพลาด ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอ หรือเกิดจากความผิดพลาดในการคำนวณของนักวิเคราะห์ เป็นต้น

ติดตามตอนที่ 2 ในครั้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69