
ไทยรีพลิกมีกำไรพิษน้ำท่วม
ไทยรีฟื้นตัวพลิกกลับมามีกำไร หลังเจอพิษน้ำท่วม แต่ผู้สอบบัญชียังไม่รับรองงบการเงิน
ไทยรีฟื้นตัวพลิกกลับมามีกำไร หลังเจอพิษน้ำท่วม แต่ผู้สอบบัญชียังไม่รับรองงบการเงิน
นางฐิตาพร ธารากิจ รองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ หรือไทยรี เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 261 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,673 ล้านบาท
สำหรับสาเหตุสำคัญที่กำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากบริษัทได้บันทึกความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ไว้ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเพียง 201 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงไตรมาสแรกของปีก่อนที่ได้บันทึกความเสียหายไว้สูงถึง 2,400 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ทางผู้สอบบัญชียังไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินไตรมาสแรกที่ผ่านมาของไทยรีได้ เนื่องจากเห็นว่าไทยรีและคู่สัญญายังอยู่ระหว่างการตกลงมูลค่าความเสียหายบนรายงานสำรวจภัยของการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนหลายประการในการประมาณการสำรองค่าสินไหมทดแทน และสำรองค่าสินไหมทดแทนส่วนที่เรียกคืนจากการเอาประกันภัยต่อ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างจากประมาณการดังกล่าวอย่างมีสาระสำคัญ
ทั้งนี้ จึงส่งผลเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ไทยรีถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “SP” ห้ามการซื้อขายหุ้นเป็นการชั่วคราว และเครื่องหมาย “NP” เพื่อเตือนนักลงทุน ว่า บริษัทไม่ได้ส่งรายงานที่เพียงพอให้แก่ตลาดหลักทรัพย์
นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต กล่าวว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 917 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นปีที่มีผลกำไรในช่วงไตรมาสแรกที่พุ่งสูงขึ้นถึงพันล้านได้เป็นครั้งแรกของบริษัท
นอกจากนี้ ไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 12,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 10,233 ล้านบาท โดยมาจากเบี้ยรับสุทธิ 10,888 ล้านบาท เติบโต 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 9,248 ล้านบาท มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งทำได้ 978 ล้านบาท และรายได้อื่น 8.6 ล้านบาท
นายเสนาะ ธรรมพิพัฒนกุล เลขานุการ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต กล่าวว่า ส่วนบริษัทไตรมาสแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 921 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,011 ล้านบาท







