
เศรษฐกิจอียูยังถดถอย
ผมได้มีโอกาสไปเยือนหลายประเทศในสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภาพที่เห็นคือความซบเซาของภาคธุรกิจ ทั้งภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จนไปดึงให้ภาคการค้าและการใช้จ่ายของประชาชนโดยรวมลดลงอย่างมาก
ผมได้มีโอกาสไปเยือนหลายประเทศในสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภาพที่เห็นคือความซบเซาของภาคธุรกิจ ทั้งภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จนไปดึงให้ภาคการค้าและการใช้จ่ายของประชาชนโดยรวมลดลงอย่างมาก
เศรษฐกิจที่ซบเซาของยูโรส่งผลกระทบต่อการว่างงาน ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 12.20% (ปี 2555 อัตราว่างงาน 11.40%) ถือว่าสูงสุดในรอบ 18 ปี ตัวเลขว่างงานนี้เป็นตัวเลขเฉลี่ยของยุโรป หากเป็นประเทศยุโรปตอนใต้ เช่น ประเทศกรีซ สเปน โปรตุเกส การว่างงานสูงถึง 25-27% ขณะที่ประเทศที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งอย่างฝรั่งเศสหรืออิตาลี การว่างงานก็ยังอยู่ที่ 10-11%
การว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์สะท้อนได้จากตัวเลขการบริโภคที่หดตัวลง เห็นได้จากเงินเฟ้อทั่วไปเดือน เม.ย. ของ 17 ประเทศที่ใช้เงินยูโร หดตัวเหลือ 1.2% ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ที่ปกติจะมีการใช้จ่ายเงินมาก เพราะมีเทศกาลและวันหยุดมาก ขณะที่เดือน มี.ค. เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.7% ต่ำกว่าเพดานที่ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี ตั้งเป้าไว้ว่าเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ระดับ 2%
การที่ตัวเลขเงินเฟ้อของอียูหดตัว แสดงให้เห็นถึงภาคการใช้จ่ายและการบริโภคของประชาชนที่ลดลง ซึ่งความมั่นใจของผู้บริโภคของอียู ถือว่าต่ำสุดในรอบหลายสิบปี แสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ และคงยืดเยื้ออย่างน้อยจนถึงกลางปีหน้า จนทำให้คณะกรรมาธิการยูโรปรับตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวก 0.3% กลายเป็นหดตัวติดลบ 0.4% ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 หลังจากปีก่อนเศรษฐกิจอียูติดลบ 0.6% ถือว่าเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างเต็มรูปแบบ
และเมื่อต้นเดือน พ.ค. ธนาคารกลางยุโรปได้ประกาศการอัดฉีดสภาพคล่อง หรือ QE อย่างไม่จำกัดแก่สถาบันการเงินต่อไปจนถึงกลางปี 2557 และยังประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จาก 0.75% เหลือ 0.5% เหตุผลคือ เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มหดตัวอย่างต่อเนื่อง การว่างงานยังสูง และตลาดแรงงานในยูโรโซนยังอ่อนแอ ในด้านภาคประชาชนจะเห็นข่าวประท้วงรายวัน ประชาชนออกมาประท้วงรัฐบาลที่มีการรัดเข็มขัด ตัดงบประมาณ สำหรับเยอรมนีประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดของยุโรป อดีตรัฐมนตรีคลัง ออสการ์ ลาฟอนเทน ได้ออกมาแนะนำแบบสุดโต่ง ให้ประเทศเยอรมนีเลิกใช้เงินสกุลยูโร เพราะหากเยอรมนียังคงดื้อดึงใช้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามหลายประเทศ
ในภาคเอกชน ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า ภาคธุรกิจขาดทุนจากยอดขายและราคาที่ลดลง เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศไม่มี ขณะที่สถาบันการเงินมีความอ่อนแอในการปล่อยสินเชื่อ จนธุรกิจขาดสภาพคล่อง ภาพที่เห็นในเมืองใหญ่ๆ ร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่มีผู้คนไปใช้บริการน้อย หลายร้านต้องปิดตัว แม้แต่ “Outlet” แบรนด์ดังๆ หลายแห่งยังปิดตัวและหรือลดขนาดพื้นที่ ยกเว้นภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพิงกับนักท่องเที่ยวของเอเชีย ยังสามารถไปได้ดี
ภาพที่สะท้อนเศรษฐกิจถดถอยของยุโรปก็คือ จำนวนคนว่างงานที่มากขึ้น โดยเฉพาะคนผิวสี มีให้เห็นตามท้องถนนโดยทั่วไป ขอทานริมถนน พบเห็นทั้งในเยอรมนี ฝรั่งเศส และเบลเยียม มานั่งตามทางเท้าและในที่สาธารณะ บางคนเป็นฝรั่ง คนหนุ่มแข็งแรง ก็นั่งขอทาน เป็นภาพที่ไม่ค่อยพบเห็นมาก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ เศรษฐกิจของอียูคงถดถอยและยืดเยื้อ ไม่ยุติลงในเร็ววันนี้แน่นอน จำเป็นที่ภาครัฐและเอกชนของไทยต้องวางแผนกันยาว อย่าแก้ปัญหาตามกระแสหรือแบบรายวัน ควรเน้นการค้าขายในกลุ่มประเทศเอเชียและอาเซียน โดยเฉพาะภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศจีน อินเดีย รวมถึงประเทศอินโดนีเซียและเวียดนามน่าจะเป็นตลาดสำคัญของไทย
ปัญหาเศรษฐกิจอียู คงเป็นบทเรียนให้กับไทยในการไม่สร้างหนี้จนเกินกำลัง... ระวังไว้หน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร







