
ไทยรั้งอันดับ8ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
โพสต์ทูเดย์
— ไทยเทียบชั้นขึ้นแท่นผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอันดับ 8 ของโลก รั้งอันดับ 2 ของเอเชียนายทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยถึงผลการจัดอันดับประเทศผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากทั่วโลกกว่า 63 ประเทศของคณะกรรมการเครือข่ายพลังงานทดแทนเพื่อศตวรรษที่ 21 ระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 8 ของประเทศที่มีการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพสูงที่สุดของโลก
นอกจากนี้ ยังเป็นอันดับ 2 ของประเทศในทวีปเอเชีย รองจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากที่ผ่านมามีการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเอทานอลและไบโอดีเซล
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ไทยมีปริมาณการผลิตเอทานอลที่ระดับ 1.2 ล้านลิตร/วัน และไบโอดีเซลอยู่ที่ระดับ 1.8 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ประเทศจีนซึ่งถือว่าเป็นชาติที่ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอันดับ 1 ของเอเชีย และเป็นอันดับ 5 ของโลก มีการผลิตเอทานอลที่ระดับ 6 ล้านลิตร/วัน และไบโอดีเซลมีการผลิต 3 แสนลิตร/วัน
สำหรับประเทศที่มีการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา โดยมีการผลิตเอทานอลได้สูงถึง 3.4 หมื่นล้านลิตร/ปี ไบโอดีเซล 2,000 ล้านลิตร/ปี รองมาอันดับ 2 ได้แก่ ประเทศบราซิล ซึ่งผลิตเอทานอลได้ 2.7 หมื่นล้านลิตร/ปี ไบโอดีเซล 1,200 ล้านลิตร/ปี
ขณะที่อันดับ 3 เป็นของประเทศฝรั่งเศส ผลิตเอทานอลได้ 1,200 ล้านลิตร/ปี ไบโอดีเซล 1,600 ล้านลิตร/ปี และอันดับ 4 ประเทศเยอรมนี ผลิตเอทานอลได้ 500 ล้านลิตร/ปี ไบโอดีเซล 2,200 ล้านลิตร/ปี ส่วนอันดับ 6 และ 7 ได้แก่ ประเทศอาร์เจนตินาและแคนาดา ตามลำดับ
นายทวารัฐ กล่าวว่า เป้าหมายของไทยต้องการผลิตเอทานอลให้ได้ 9 ล้านลิตร/วัน และไบโอดีเซล 4.5 ล้านลิตร/วัน ภายในปี 2565 ซึ่งมั่นใจว่าจะส่งผลให้ไทยยกระดับเป็น 5 อันดับแรกของโลก และเป็นประเทศผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอันดับ 1 ในอาเซียนนำหน้าผู้ผลิตหน้าใหม่ เช่น มาเลเซียได้ต่อไปในอนาคต
“
ไทยเป็นประเทศแรกๆ ในเอเชีย ที่ส่งเสริมผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลอย่างชัดเจน โดยกำหนดไว้ในแผนพลังงานทดแทน 15 ปีของประเทศไว้ด้วย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้น้ำมัน” นายทวารัฐ กล่าวโดยเฉพาะเอทานอลที่นำไปผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ มีปริมาณการใช้สูงขึ้นตามลำดับ ส่วนไบโอดีเซล ปัจจุบันได้นำไปใช้ผสมในดีเซลในสัดส่วน25% หรือบี2 และบี5 ขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะบังคับใช้เป็นบี 3 สำหรับดีเซลปกติจากปัจจุบันเป็นบี2 ให้เร็วขึ้นจากแผนเดิมจะเริ่มในปี2554 เป็นภายในปี 2553”นายทวารัฐ กล่าว







