
มหาวิทยาลัยศิลปากรชูศิลปวัฒนธรรมรับภูมิภาคบูม
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
เป็นมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของประเทศที่ก่อตั้งมาครบ 70 ปีในเดือน ต.ค.ปีนี้ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” และอยู่บนทางเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางอาเซียน
ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าถึงการปรับตัวว่า มหาวิทยาลัยกำลังเร่งจัดทำยุทธศาสตร์รองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้เล่นในเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่เป็นรากเหง้าของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาตั้งแต่ต้น ทั้งด้านโบราณคดี สถาปัตยกรรม และมัณฑนศิลป์ ประกอบกับมีจุดแข็งที่การบูรณาการข้ามศาสตร์ เช่น ผนวกองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับด้านจิตรกรรมในการสร้างสี “ศิลปากรประดิษฐ์” การตรวจสอบอายุของโบราณวัตถุ รวมถึงภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า นำกล้วยตากเคลือบช็อกโกแลต ขณะที่มัณฑนศิลป์ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้ซื้อ
มหาวิทยาลัยศิลปากรมีองค์ความรู้มากมาย ซึ่งไม่ใช่แค่มรดกไทย แต่สามารถนำไปผสานกับเพื่อนบ้านได้ อย่างคณะดุริยางคศาสตร์รวบรวมดนตรีพื้นบ้านในแถบนี้มาปรับให้ร่วมสมัย ซึ่งสามารถทำเป็นแนวแจ๊ซ หรือจัดคอนเสิร์ตร่วมกัน มหาวิทยาลัยสามารถใช้สิ่งที่มีอยู่ในการสร้าง 1.ความร่วมมือในประเทศอาเซียน 2.จัดทำหลักสูตรนานาชาติที่จะดึงนักศึกษาต่างชาติ ทั้งในและนอกอาเซียน และ 3.เป็นเครื่องมือสู้กับโลกตะวันตก โดยใช้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เริ่มจากกระชับความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน โดยในเดือนหน้าคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยจะเดินทางไปเมียนมาร์ เพื่อพบปะกับคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยในเมียนมาร์ 23 แห่ง ในเบื้องต้นจะมอบทุนระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกให้นักศึกษาจากเมียนมาร์ 23 ทุน ในหลักสูตรด้านการท่องเที่ยว และการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม เพราะเมียนมาร์มีความต้องการเรื่องนี้มาก รวมทั้งมีแผนจัดอบรมด้านการท่องเที่ยวให้กับครูผู้สอนชาวเมียนมาร์ เพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งกำลังโตวันโตคืน หลังจากนั้นจะขยายสู่สิ่งที่จะเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เช่น เรื่องวัตถุดิบ การออกแบบ และเตรียมขยายโมเดลนี้ไปยังเพื่อนบ้านอื่นๆ ต่อไป
ที่จริงมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงเพื่อนบ้านมานานแล้ว ผ่านศิลปวัฒนธรรม เช่น จัดประกวดภาพถ่ายนานาชาติเนื่องในงานวันนริศเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ช่างภาพจากเมียนมาร์ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม หรือศูนย์สันสกฤตศึกษาที่เป็นรากเหง้าของภาษาในอาเซียน ก็เกิดขึ้นมานานแล้ว และในปี 2558 จะจัดประชุมสันสกฤตศึกษาระดับนานาชาติ เพื่อต้อนรับประชาคมอาเซียน และฉลอง 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปีเดียวกันนี้ เตรียมจัดประชุมเรื่องการอนุรักษ์งานศิลปะนานาชาติ
มหาวิทยาลัยจะดำเนินการเรื่องอาเซียนใน 2 ระบบ โดยระดับมหาวิทยาลัยมีคณะทำงานอาเซียน ซึ่งให้นโยบายว่า นักศึกษาจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียน ในส่วนคณะต่างๆ ก็จะมีคณะทำงานย่อยเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อดูหลักสูตรให้เชื่อมโยง
นอกจากนี้ แต่ละคณะต้องดูว่ามีจุดเด่นอะไร อย่างคณะสถาปัตย์ที่สามารถร่วมมือกับลาว กัมพูชา รวมเป็นสถาปัตย์พื้นถิ่น อาจพัฒนาต่อยอดได้ ขณะที่คณะเภสัชศาสตร์เริ่มดำเนินการแล้ว เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางตรวจสอบเครื่องสำอางในภูมิภาค ไม่ต้องพึ่งพาห้องแล็บของตะวันตก ส่วนคณะจิตรกรรมมีความร่วมมือกับลาวและเวียดนามอยู่แล้ว สามารถใช้ฐานตรงนี้ทำให้เกิดเวิร์กช็อปด้านศิลปะและการออกแบบ
มหาวิทยาลัยยังกระตุ้นให้อาจารย์สอดแทรกความสำคัญของอาเซียนไปในระหว่างการสอน เพราะนักศึกษายังมองไม่ออกว่าอาเซียนเกี่ยวกับตัวเองอย่างไร ทั้งที่จะได้ประโยชน์มาก อย่างนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม หรือวิศวกรไปคุมงานในประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่วนอาจารย์ต้องทำวิจัยมากขึ้น รวมถึงที่เกี่ยวกับอาเซียน
“ขณะนี้กำลังร่างหลักสูตรระดับปริญญาเอก สาขาการจัดการโรงแรม เพื่อรองรับอาเซียนที่จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น คาดว่าน่าจะเปิดสอนได้ภายในปีการศึกษา 2557 ส่วนคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ เพิ่งเปิดสอนปริญญาเอก สาขาทัศนศิลป์ ในปีการศึกษา 2556 ซึ่งกำลังดูความเป็นไปได้ว่าจะเปิดรับนักศึกษาต่างชาติ”
มหาวิทยาลัยยังเร่งหาพื้นที่สำหรับรองรับคนทำงานและคนในเมือง (ซิตี้ แคมปัส) ซึ่งพยายามจะหาที่ให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อให้สามารถเปิดใช้ได้ทันในปี 2558







