
คปภ.ดันขายไมโครอินชัวรันส์
ดึงธุรกิจประกันชีวิตวินาศภัยร่วมมือพร้อมตั้งศูนย์บริการเร่งเคลมสินไหม
ดึงธุรกิจประกันชีวิตวินาศภัยร่วมมือพร้อมตั้งศูนย์บริการเร่งเคลมสินไหม
คปภ.จับมือธุรกิจประกันชีวิต วินาศภัยดันขายไมโครอินชัวรันส์ ดึงประชาชนทำประกันเพิ่ม
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัย ว่า ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันให้มีการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับรายย่อยหรือไมโครอินชัวรันส์ขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการทำประกันภัยได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราเบี้ยประกันภัย และช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะสม โดยกรมธรรม์ดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร รวมถึงค่าปลงศพและค่าชดเชยรายได้
นอกจากนี้ คปภ.ยังร่วมกับสมาคมฯ เพื่อจัดตั้งศูนย์บริการผู้เอาประกันภัยขึ้นมา ทำหน้าที่ประสานข้อมูลกับบริษัทประกันภัยในการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย หรือประชาชนกรณีประสบอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที และยังมีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วม เมื่อปี 2554ขึ้นมาอีกด้วย
นายประเวช กล่าวว่า ปัจจุบัน คปภ.ยังอยู่ระหว่างพิจารณาความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาปรับปรุงร่างกฎหมายแม่บทฉบับใหม่ เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันทางสมาคมฯ ได้ให้บริษัท เคพีเอ็มจี ทำการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการเปิดเสรีการประกันภัย รวมถึงข้อกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยของต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อนำมาปรับใช้ให้กฎหมายใหม่นี้มีความเหมาะสมและทันสมัยมากที่สุด ซึ่งต่อไปจะมีการหารือความคืบหน้ากันบ่อยครั้งขึ้น เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับใหม่แล้วเสร็จทันต่อกรอบระยะเวลาที่ตั้งไว้ในปี 2557
ทั้งนี้ คปภ.ยังอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือในการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับแบบในเวลาทันที ซึ่งจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยทำคู่ขนานไปกับโครงการจำหน่าย พ.ร.บ.รถยนต์ภาคบังคับผ่านร้านสะดวกซื้อนายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯได้กำชับบริษัทสมาชิกเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ยังคงค้างชำระอยู่ จึงขอให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมมีความสบายใจว่าจะได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยอย่างแน่นอน
1.กฎหมายแม่บทว่าด้วยการประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ให้มูลนิธิสถาบันวิจัยกฎหมายเป็นผู้ทำการศึกษาแนวทางการปฏิรูป และเป็นผู้ยกร่างกฎหมายแม่บทฉบับใหม่ และได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2555 และ วันที่ 19 ธันวาคม 2555
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน คปภ. ยังอยู่ระหว่างพิจารณาความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาปรับปรุงร่างกฎหมายแม่บทฉบับใหม่ เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันทางสมาคมฯได้ให้บริษัท เคบีเอ็มจี ทำการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการเปิดเสรีการประกันภัย รวมถึงข้อกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยของต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อนำมาปรับใช้ให้กฎหมายใหม่นี้มีความเหมาะสม และทันสมัยมากที่สุด ซึ่งต่อไปจะมีการหารือความคืบหน้ากันบ่อยครั้งขึ้น เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับใหม่แล้วเสร็จทันต่อกรอบระยะเวลาที่ตั้งไว้ในปี 2557
2.การรายงานข้อมูลการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับแบบในเวลาทันที (Online – Realtime) กำลังประสานความร่วมมือในการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค. 2556 นี้ ทางสมาคมฯ ได้เริ่มกระบวนการจัดหาผู้ให้บริการเครือข่ายและระบบเชื่อมโยงข้อมูล หรือ Provider จัดหาโปรแกรมและระบบต่างๆ ให้กับบริษัทประกันภัยขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องลงทุนด้านระบบเอง โดยจะมีการรายงานให้สำนักงาน คปภ. รับทราบความคืบหน้าในรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ การดำเนินการนี้จะคู่ขนานไปกับโครงการจำหน่าย พ.ร.บ. รถยนต์ภาคบังคับผ่านร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะมีการประกาศให้การประกันภัยรถยนต์ตาม พ.ร.บ. จัดเป็นกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อยไมโครอินชัวรันส์ (Micro Insurance) ในเร็วๆนี้







