posttoday
อพท.ดึงชุมชนเสริมท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่า

อพท.ดึงชุมชนเสริมท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่า

08 พฤษภาคม 2556

อพท.สร้างมูลค่าเพิ่มชุมชน ดึงเข้าระบบ สร้างรายได้ รับท่องเที่ยวบูมหลังเปิดเออีซี

อพท.สร้างมูลค่าเพิ่มชุมชน ดึงเข้าระบบ สร้างรายได้ รับท่องเที่ยวบูมหลังเปิดเออีซี

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการ “อบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน” โดยสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมกับคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รุ่นแรก โดยนำผู้นำชุมชนจาก 6 พื้นที่พิเศษที่อยู่ในความดูแลของ อพท. เข้าร่วมอบรมจำนวน 60 คน โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง

สำหรับโครงการดังกล่าว อพท.จะทำงานร่วมกับชุมชนภายใต้แนวทาง การร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ และสุดท้ายคือชุมชนนั้นๆ ต้องร่วมรับผลประโยชน์ด้วย โดยเฉพาะองค์ความรู้เรื่องวิธีบริหารจัดการการท่องเที่ยวในชุมชนของตัวเอง รู้จักการนำเสนออัตลักษณ์ วิถีชีวิตที่มีอยู่แล้วในชุมชน นำเสนอออกมาให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบเดิม

“สิ่งสำคัญที่ชุมชนจะได้เป็นลำดับต่อไปคือ มิติทางเศรษฐกิจ จากการมีรายได้เพิ่มด้วยการรู้จักวิธีต้อนรับและให้บริการนักท่องเที่ยว” นายนาฬิกอติภัค กล่าว

พร้อมกันนี้ อพท. ยังเตรียมจัดทำดัชนีชี้วัด ความอยู่ดีมีสุขของคนในชุมชนพื้นที่พิเศษ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดเก็บข้อมูล เพื่อที่ในปีงบประมาณ 2557 อพท. จะประกาศออกมาเป็นดัชนีความอยู่ดีมีสุข หากชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากการนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่นักท่องเที่ยว

นายศุภชัย นาฏงามขำ รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านสันลมจอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านสันลมจอยเตรียมเปิดพื้นที่ขายสินค้าในรูปแบบกาดชุมชน ถนนคนเดิน เพื่อให้ผู้ซื้อได้พบผู้ผลิตโดยตรง เช่น กระเป๋าของชนเผ่า ซึ่งเย็บและขายส่งไปตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพฯ รวมถึงมีผู้รับไปขายต่างประเทศ ซึ่งการได้รู้จักวิธีบริหาร นำของดีมานำเสนอเช่นนี้ ช่วยให้ชุมชนเรามีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 20% ต่อครัวเรือน

นายสมิง สิงขรณ์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านกกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวทำให้ชุมชนรู้จักหลักการบริหารจัดการมากขึ้น จากเดิมที่ชาวบ้านไม่เคยมีความรู้ในด้านนี้มาก่อน เช่น มีการนำผักพื้นบ้านมาพัฒนาเป็นสูตรอาหารเฉพาะท้องถิ่น เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ รู้จักวิธีการอนุรักษ์ และนำเสนอภูมิปัญหาท้องถิ่นให้คงอยู่และพัฒนาเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวได้

นอกจากนี้ ยังรู้จักวิธีการเชื่อมโยงและการทำงานแบบเครือข่าย จึงทำให้ชุมชนมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 60% จากเดิมที่มีอาชีพเพียงการทำเกษตร ที่สำคัญการมีความรู้ช่วยให้ชุมชนเรามั่นใจและรู้จักที่จะพัฒนาบุคลากรในชุมชน ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเครือข่ายและนอกเครือข่ายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของชุมชนและท้องถิ่น พร้อมรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวภายหลังเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน n

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69