
รีลักส์ รถเข็นวินเทจ เพิ่มมูลค่าร้านค้า-แฟรนไชส์
หลายปัจจัยทั้งบวกและลบที่กระทบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
หลายปัจจัยทั้งบวกและลบที่กระทบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่ปรับพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อต้นปี แม้ว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับกำลังซื้อกลุ่มหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตสินค้าของนายจ้าง ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายต้องปรับตัว พร้อมมองหาโอกาสจากวิกฤตรอบใหม่
“ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ มองว่าเป็นช่วงชะลอตัว ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ควรปรับตัว ทั้งรักษาฐานลูกค้าเดิมและหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความแตกต่างไปจากผู้ให้บริการธุรกิจประเภทเดียวกัน ซึ่งควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสจากการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการ คุณภาพ และอื่นๆ”
เอกชัย วีระนพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีลักส์ อินโนเวชั่น ผู้ผลิตและทำตลาดอุปกรณ์รถเข็นแนวย้อนยุค หรือวินเทจ มองว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบกับบริษัทด้านต้นทุนการผลิตสินค้าทั้งจากอะไหล่และค่าแรงงานรายวันที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 300 บาททั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทใช้วิธีการบริหารจัดการภายในเพื่อคงต้นทุนการผลิตในภาพรวมไม่ให้สูงเกินไป
นอกจากนี้ ยังมองด้วยว่า หากเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ลูกค้าก็จะปรับตัวด้วยการเพิ่มมูลค่าธุรกิจ และหากเป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น กลุ่มลูกค้าก็จะขยายสาขาตามไปด้วย พร้อมกันนี้บริษัทเตรียมนำไอเดียแนว “วินเทจ” ไปปรับใช้ในการผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องเล่น เช่น สไลเดอร์ ชิงช้า เป็นต้น ที่จะผลิตออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ด้วย
บริษัท รีลักส์ อินโนเวชั่น ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 6 ได้แรงบันดาลใจจากการสะสมของโบราณ โดยเฉพาะของสะสมจากต่างประเทศที่มีรถลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก แต่ว่ามีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม ทำให้บริษัทเกิดความคิดต้องการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมผลิตสินค้าออกมาทำตลาดจนถึงปัจจุบัน
เบื้องต้นบริษัทมีสินค้ารถเข็น 2 รุ่น (โมเดล) คือ 1.คลาสสิก โมเดล ซึ่งจะเป็นรถทรงโรลส์รอยซ์ และ 2.นโปเลียน โมเดล เป็นรูปแบบพาหนะในสมัยยุโรป หรือยุคสงครามโลก แต่ดัดแปลงเพื่อนำมาใช้งานได้จริง โดยเลียนแบบอะไหล่ ชิ้นส่วนประกอบของทรงรถโดยรวม ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ติดต่อเข้ามาเพื่อสั่งผลิตซื้อ (ออร์เดอร์) อยู่ในระดับที่น่าพอใจ 80% เป็นลูกค้าต่างชาติ และ 20% เป็นลูกค้าในประเทศ
สำหรับรูปแบบการนำรถเข็นโบราณไปใช้งานของกลุ่มลูกค้าในไทย จะเป็นทั้งการนำไปประดับตกแต่งในศูนย์การค้าชุมชน (คอมมูนิตี้ มอลล์) ต่างๆ ที่ขยายตัวออกไปตามการเติบโตของชุมชน ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตตามไปด้วย รวมถึงการนำรถเข็นโบราณดังกล่าวเข้าไปเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าต่างๆ ที่จำหน่ายในรูปแบบจุดจำหน่ายหรือคีออสก์ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นด้วย ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ากว่า 30 โมเดล
นอกจากนี้ รีลักส์ฯ ยังมีอีกกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ที่ต้องการสร้างจุดเด่นในการขายสินค้าที่แตกต่างไปจากรายอื่น เช่น ร้านไอศกรีม คุกกี้ หรือเครื่องดื่ม เป็นคีออสก์ในรูปแบบรถเข็นโบราณ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจประเภทค้าปลีกและโรงแรมบางแห่ง เริ่มนำรถเข็นดังกล่าวไปร่วมใช้ในการตกแต่งสถานที่ เพื่อให้บริการบาร์เครื่องดื่ม หรือมินิบาร์แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เป็นต้น
สำหรับรถเข็นโบราณ 1 คัน มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 9 หมื่น6 แสนบาท ราคาที่แตกต่างขึ้นอยู่กับขนาดของรถและรายละเอียดการตกแต่งที่ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด โดยปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อเฉลี่ย 50 คันต่อเดือน ซึ่งจะมีผลตอบรับดีในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี คริสต์มาส เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างผลิตให้ทันพร้อมส่งในเดือน มิ.ย.ต.ค.ปีนี้
เอกชัย กล่าวต่อว่า บริษัทได้จดสิทธิบัตรแบรนด์ รีลักส์ (RELUX) เพื่อรองรับการทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่มองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ที่จะได้รับผลดีจากกำแพงภาษีที่ลดลงเหลือ 0% มองว่า “ไทย” มีโอกาสเป็นฮับหรือศูนย์กลางในธุรกิจต่างๆ ได้ จากเดิมบริษัทเองมีฐานลูกค้าในต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น ที่มีแนวคิดต้องการขยายสาขาธุรกิจมายังไทยเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน







