
หนังไทยรุกอาเซียน
อินโดฯกัมพูชาสนนำเข้าต่อเนื่องเอกชนขอรัฐเพิ่มสิทธิประโยชน์ภาษี
อินโดฯกัมพูชาสนนำเข้าต่อเนื่องเอกชนขอรัฐเพิ่มสิทธิประโยชน์ภาษี
ประเทศอาเซียนสนใจนำเข้าหนังไทยมากขึ้น ด้านเอกชนวอนรัฐหนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่ม
น.ส.จตุพร วัฒนสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจบริการและโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ธุรกิจภาพยนตร์ในประเทศอาเซียนเริ่มสนใจที่จะนำเข้าภาพยนตร์จากประเทศไทยไปฉายมากขึ้น รวมถึงต้องการให้ไทยเข้าไปทำกิจกรรมในแต่ละประเทศ
ล่าสุดประเทศอินโดนีเซียต้องการให้ไทยไปทำกิจกรรมทางการตลาด และนำภาพยนตร์ไทยไปฉาย ขณะที่กัมพูชาก็ติดต่อขอนำหนังไทยไปฉายในเทศกาลหนังของกัมพูชา
กรมได้จัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องจากธุรกิจภาพยนตร์และดิจิตอล คอนเทนต์ของไทย มีความเข้มแข็งอย่างมากในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโฆษณาที่ผู้ประกอบการไทยเข้าไปรับงานในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน กรมได้สร้างเครือข่ายในธุรกิจดิจิตอล คอนเทนต์ เช่น การทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิก การผลิตแอนิเมชั่น การผลิตหนังโฆษณา กับประเทศจีน โดยนำผู้ประกอบการไทยไปจับคู่ธุรกิจที่ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ประกอบการจีนเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ทั้งนี้ การเปิดตลาดในประเทศจีนจำเป็นต้องหาคู่ค้า ตลาดจีนมีความน่าสนใจเพราะเป็นตลาดใหญ่มาก และการพัฒนาของธุรกิจนี้ของจีนยังสู้ไทยไม่ได้ แต่จีนมีเงินลงทุนมากกว่า
ในเดือนก.ค. 2556 กรมจะจัดกิจกรรมชวนผู้ประกอบการจีนประมาณ 30 ราย รวมทั้งผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นได้ใช้บริการธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจดิจิตอล คอนเทนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เช่น เรื่องการขออนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาทำงาน ที่ปัจจุบันกระบวนการต้องใช้เวลานานมาก
นอกจากนี้ ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี การพัฒนาบุคลากรของไทยก็ยังมีน้อยหากเทียบกับประเทศมาเลเซีย ที่รัฐบาลมีนโยบายระดับชาติผลักดันธุรกิจนี้อย่างเต็มที่ เช่น การนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้สามารถนำรายได้มาหักลดภาษีเงินได้ได้ 30% เป็นต้น
“ภาครัฐจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานเพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่เป้าหมายในการดูแลของหน่วยงานแต่ละแห่งแตกต่างกันไปไม่ได้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน จึงทำให้การสนับสนุนภาคเอกชนยังมีไม่เต็มที่ และบางครั้งกลายเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจได้” น.ส.จตุพร กล่าว







