
อุตฯฟอกย้อม ปรับตัวธรไพศาล ปั้นแบรนด์"เอ็มโอทู"
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
หลังจากกิจการ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ธนไพศาล อยู่ในอุตสาหกรรมฟอกย้อมมาไม่ต่ำกว่า 100 ปี และเข้าสู่รุ่นที่ 3 ในปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของ ปิลันธน์ ธรรมมงคล กรรมการผู้จัดการ และนายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอก ย้อม พิมพ์ และตกแต่งสิ่งทอไทย
ในฐานะผู้ประกอบการผ้าไหมยุคใหม่ ที่มองว่าถึงเวลาที่ธุรกิจจะต้องปรับตัวจากภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกลางน้ำไปสู่รูปแบบการค้าสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนในอนาคต
ปิลันธน์ กล่าวว่า ในกลางเดือน มิ.ย.ปีนี้ ธนไพศาล เตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องประดับของตกแต่ง (แอกเซสซอรี) แฟชั่นภายใต้แบรนด์ “เอ็มโอทู” (MO2) เพื่อก้าวสู่ธุรกิจเทรดดิ้ง ด้วยแบรนด์สินค้าของตัวเองเป็นครั้งแรก
สำหรับแบรนด์ เอ็มโอทู ในเบื้องต้นจะผลิตสินค้าสำเร็จรูปในกลุ่มกระเป๋าผ้าใบ ผ้าพันคอ และผลิตภัณฑ์จากผ้ารูปแบบต่างๆ จากวัสดุผ้าฝ้าย ลินิน และไหม เป็นต้น ซึ่งบริษัทในเครือธนไพศาลเคยมีประสบการณ์ในฐานะที่เป็นโรงงานผู้ออกแบบ (โอดีเอ็ม) สินค้าประเภทนี้เพื่อทำตลาดในประเทศ ไต้หวัน และญี่ปุ่น มาแล้ว และได้การตอบรับที่ดี
ในฐานะรุ่น 3 ของกิจการครอบครัว จึงเห็นว่าถึงเวลาที่ธุรกิจจะต้องเดินหน้าไปสู่การเป็นโรงงานผู้ผลิตที่มีแบรนด์สินค้าของตัวเอง หรือ “โอบีเอ็ม” ต่อยอดจากความชำนาญในอุตสาหกรรมฟอกย้อมที่ตนเองถนัด และอาศัยจุดเด่นของธุรกิจ ที่มีโรงงานเป็นของตัวเอง ทำให้สามารถผลิตงาน หรือสินค้าคุณภาพได้ตามคำสั่งซื้อ และจัดส่งมอบงานได้ทันเวลา
การตัดสินใจขยับจังหวะธุรกิจจาก โอดีเอ็ม มาสู่ โอบีเอ็ม นั้น ปิลันธน์ บอกว่า ได้มาจากการสังเกตในอุตสาหกรรมฟอกย้อมที่พบว่า ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และมีจุดอ่อนหลายอย่างที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมนี้ไม่ไปไหน เช่น ไม่เคยเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบในการผลิต อย่างรองเท้าผ้าใบที่ยังใช้แต่วัตุดิบผ้าแคนวาสแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลงวัสดุใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ยังมีโอกาสในการทำตลาดอยู่อีกมาก
“ช่วงที่ผ่านมา โรงงานเคยเสนอไอเดียการออกแบบสินค้าใหม่ที่ตรงกับเทรนด์ในตลาด ซึ่งลูกค้าก็มักปฏิเสธแนวคิดใหม่ๆ ด้วยเหตุผลว่าของเก่าแบบเดิมขายดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนอะไร ทำให้โรงงานตัดสินใจออกมาสู่ตลาดผู้ผลิต และเจ้าของแบรนด์ในที่สุด”
นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์เอ็มโอทู ในตลาดเครื่องประดับของตกแต่งแฟชั่นแล้ว ธนไพศาลยังเตรียมแผนเข้าไปยังตลาดของตกแต่งบ้าน หรือกลุ่มโฮม ที่มองว่ายังมีความต้องการในสินค้าเครื่องใช้ ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้า ที่มีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องใช้ผ้าทอทั้งผืนผลิตเป็นสินค้า แต่สามารถใช้ผ้าคุณภาพสูงนำไปเป็นส่วนประกอบเฟอร์นิเจอร์ร่วมกับการออกแบบได้เช่นกัน
ขณะที่ สายการผลิตสินค้าไม่ได้ลงทุนเพิ่ม แต่ใช้วิธีว่าจ้างการผลิตจากภายนอก (เอาต์ ซอร์สซิ่ง) หันมาให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) แทน ซึ่งการทำตลาดสินค้าแบรนด์ดังกล่าวในเบื้องต้นจะเจาะกลุ่มค้าส่ง ในตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี เพื่อโฟกัสในตลาดภาคตะวันตกและลงไปสู่ภาคใต้ และจะขยายไปยังประเทศมาเลเซียได้ในอนาคต จากนั้นอีก 1 ปี จะขยายสู่ตลาดค้าปลีกต่อไป
ในปีแรกคาดว่าสินค้าภายใต้แบรนด์ เอ็มโอทู จะสร้างรายได้เพิ่มให้กับธนไพศาลราว 12 ล้านบาท หรือ ราว 510% จากปี 2555 มีรายได้กว่า 100 ล้านบาท
ปิลันธน์ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฟอกย้อมของไทยในช่วงที่ผ่านมาเติบโตคงที่ไม่หวือหวามากนัก จากหลายปัจจัยอ่อนไหวที่เข้ามากระทบ โดยเฉพาะกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เคร่งครัดกับโรงงานผู้ผลิต เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้จะรู้ว่ามีความเสี่ยง และอาจขาดทุนได้ ซึ่งหากใครมองเห็นโอกาสในการทำตลาดใหม่ๆ ก็ควรเร่งปรับปรุงและพัฒนากิจการ หาแนวทางเพื่อต่อยอดธุรกิจใหม่ที่มีกำไรกว่า







