
วอนรัฐผลักดันมาตรการหนุนเจ้าพระยาเที่ยวระยะยาว
การท่องเที่ยวไทยไตรมาสแรกที่ผ่านมาคึกคักเป็นพิเศษเพราะเหตุการณ์ในประเทศเงียบสงบ กรมการท่องเที่ยว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาเที่ยวไทย 3 เดือนแรกว่า มี 6.82 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18.94% คาดการณ์ว่าสร้างรายได้ให้ไทย 3.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.05%
การท่องเที่ยวไทยไตรมาสแรกที่ผ่านมาคึกคักเป็นพิเศษเพราะเหตุการณ์ในประเทศเงียบสงบ กรมการท่องเที่ยว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาเที่ยวไทย 3 เดือนแรกว่า มี 6.82 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18.94% คาดการณ์ว่าสร้างรายได้ให้ไทย 3.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.05%
การท่องเที่ยวนั้นคึกคักแทบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเรือนำเที่ยวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สดใสเป็นพิเศษ เพราะ 70% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ จะล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเที่ยวด้วย
สุธีย์ สุภาพร กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์ธนนคร และผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมเรือไทย กล่าวว่า ธุรกิจเรือบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเรือเล็ก เรือหางยาว เรือนำเที่ยว ได้รับอานิสงส์ตามกัน หากเทียบยอดผู้ใช้บริการไตรมาสแรกปีนี้กับปีที่ผ่านมา คาดว่าเพิ่ม 20-30% แต่ให้ระบุตัวเลขแน่นอนคงไม่ได้
ทั้งนี้ สถิติของสมาคมพบว่า ทั้งท้องน้ำเจ้าพระยา มีเรือกว่า 300 ลำ มีทั้งที่เป็นของชาวบ้านให้บริการกันเอง ของบริษัท และของชาวบ้านที่ร่วมเป็นเครือข่ายบริษัท ในจำนวนนี้ให้บริการที่ท่าน้ำสาธร 30-40 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือหางยาว ซึ่งแต่ละเที่ยวรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 8-10 คน ในอดีตมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเป็นกลุ่มเล็กๆ 23 คน เหมาบริการ 1 เที่ยว แต่ปัจจุบันเรือที่มีไม่เพียงพอกับความต้องการนักท่องเที่ยว จนต้องให้นักท่องเที่ยวหลายๆ กลุ่มรวมกันไปใน 1 เที่ยวจนเต็มลำ
ขณะที่จำนวนเที่ยวที่วิ่งต่อวัน หากเป็นเรือหางยาวเคยวิ่งได้วันละ 12 รอบ ก็วิ่งได้ 45 รอบช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ส่วนช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) วิ่งได้ 34 รอบ ส่วนเรือนำเที่ยว ซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวได้ 30-40 คนต่อลำ เคยวิ่งวันละ 23 เที่ยว ปีนี้วิ่งถึง 10-13 เที่ยวต่อวัน จากสถานการณ์นี้คาดว่าจะทำให้รายได้ธุรกิจเรือสำหรับนักท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาปีนี้อยู่ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นรายได้ของเรือหางยาว 500-600 ล้านบาท
เมื่อภาวะการท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดี แต่จำนวนเรือเท่าเดิม ทำให้ผู้ประกอบการเรือมีแนวคิดเพิ่มจำนวนเรือรับนักท่องเที่ยว แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการขยายการลงทุนลำบาก เพราะไม่สามารถหาหลักทรัพย์มากพอมาค้ำประกัน เพื่อขอเงินกู้จากสถาบันการเงินไปซื้อเรือได้ จึงต้องการให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนแหล่งเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการเรือ ที่ต้องการขยายเรือรองรับนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการสนับสนุนซ่อมบำรุงเรือด้วย เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น จำนวนเรือเท่าเดิม ต้องวิ่งมากขึ้น ก็จะเสื่อมโทรมต้องซ่อมบำรุงเร็วขึ้น โดยมองว่ารูปแบบที่น่าจะเหมาะสมคือ มีสหกรณ์หรือสถาบันการเงินสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ อีกปัญหาที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขคือ สนับสนุนการจัดระเบียบเรือไม่ให้ตัดราคากันเองจนรายได้ไม่คุ้มค่า ไม่เพียงพอไปซ่อมเรือ ซึ่งเรื่องนี้อาจต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ให้จับมือกันกำหนดราคากลางให้บริการจะได้มีรายได้มากพอที่จะครอบคลุมค่าซ่อมบำรุง
สำหรับอีกประเด็นคือ ภาครัฐควรมีมาตรการระยะยาวสนับสนุนการติดไฟส่องสว่างตามอาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนโยบายนี้เคยมีเมื่อสมัย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งประสบความสำเร็จ เพราะเพิ่มโอกาสการท่องเที่ยวมาก จากเดิมมีทัวร์เฉพาะช่วงกลางวัน ก็จะล่องเรือช่วงกลางคืนได้ และนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวช่วงกลางคืนก็ประทับใจและไปบอกต่อเพื่อน
ด้วยเหตุนี้เอง ภาครัฐจึงควรเดินหน้านโยบายนี้ระยะยาวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือให้ชัดเจน โดยอาจไม่ได้เปิดไฟส่องสว่างทุกวัน แต่มีวันเวลาที่แน่นอนที่จะเปิดไฟ เพื่อที่นักท่องเที่ยวมาแล้วจะได้ไม่ผิดหวังกลับไป
ท้ายที่สุด ภาครัฐควรหาแนวทางอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่จะมาล่องเรือเที่ยว เช่น มีพื้นที่จอดรถรับส่งที่ชัดเจน มีทางเดินเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า รถประจำทาง เป็นต้น







