
ปลดผู้ว่าธปท.
ช่วงวันพฤหัสบดีศุกร์ที่ผ่านมากระแสปลดนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แพร่สะพัดไปทั้งตลาดหุ้น ตลาดเงิน
ช่วงวันพฤหัสบดีศุกร์ที่ผ่านมากระแสปลดนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แพร่สะพัดไปทั้งตลาดหุ้น ตลาดเงิน
ผลที่ตามมาคือ เงินบาทอ่อนค่าลงวันละ 10 สตางค์ มาปิดที่ 29.61/64 บาท/เหรียญสหรัฐ ถือว่าอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องนโยบายดูแลค่าเงิน หลังจากรัฐบาลและภาคธุรกิจ เรียกร้องให้ ธปท.ดำเนินมาตรการต่างๆ รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดค่าเงินบาท ซึ่งแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคในปีนี้
หากนับตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.เป็นต้นมาถือว่าอ่อนค่าสุดถึง 0.9% ขณะที่นักลงทุนเริ่มทยอยซื้อคืนเงินเหรียญสหรัฐ
ทั้งที่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากธนาคารกลางยุโรปประกาศลดดอกเบี้ยลงมาทำให้ค่าเงินในภูมิภาคนี้ทุกสกุลแข็งค่าขึ้นมา เนื่องจากวิตกกังวลว่าเงินจะไหลเข้า มีแต่เงินบาทสกุลเดียวเท่านั้นที่อ่อนค่าลง
สาเหตุหลัก จากการกดดันอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล โดยในช่วงวันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ให้สัมภาษณ์เรื่องกรณีค่าเงินบาท หลังการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม. คณะที่ 3 ที่ทำเนียบรัฐบาล เสร็จก็มีกระแสข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่า นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ ธปท.จะแถลงข่าวเพื่อปลดนายประสาร โดยมีนายกิตติรัตน์เป็นผู้ประสานงานให้
หลังจากนั้นไม่นานสำนักข่าวแห่งหนึ่ง แจ้งข้อความข่าวในเอสเอ็มเอสว่า นายวีรพงษ์จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีการปลดผู้ว่าการ ธปท.
แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายวีรพงษ์ก็ขับรถเข้ามาที่ทำเนียบฯ และแถลงข่าวที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ ในเรื่องปัญหาค่าเงินบาท และการทำงานของนายประสาร
นี่คือควันไฟที่สุมขอน







