posttoday
ตลาดหุ้น-บอนด์ป่วน

ตลาดหุ้น-บอนด์ป่วน

04 พฤษภาคม 2556

มาตรการแก้ค่าเงินบาทแข็งไม่ชัดโบรกเกอร์คาดปลายพ.ค.ลดดอกเบี้ย

มาตรการแก้ค่าเงินบาทแข็งไม่ชัดโบรกเกอร์คาดปลายพ.ค.ลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ปั่นป่วนได้รับผลกระทบจากมาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งค่าไม่ชัดเจน

วันที่ 3 พ.ค. ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งวัน โดยเปิดตลาดช่วงเช้าดัชนีสามารถขึ้นไปแตะ 1,598.93 จุด แต่ในภาคบ่ายกลับตกลงไปถึง 1,577.40 จุด และปิดตลาดที่ 1,578.95 จุด ลดลง 10.24 จุด หรือ 0.64% มูลค่าการซื้อขาย 43,910.49 ล้านบาท

ต่างชาติ สถาบัน และพอร์ต บล.ขายสุทธิ 1,194 ล้านบาท 905 ล้านบาท และ 19 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ 2,119 ล้านบาท

ดัชนีที่ลดลงสวนทางดัชนีต่างประเทศและดัชนีหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เป็นบวก ขานรับข่าวดีธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ลดอัตราดอกเบี้ย

เช่นเดียวกับตลาดตราสารหนี้ที่นักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิเป็นวันที่ 2 มูลค่า 2,400 ล้านบาท หลังจากที่ซื้อสุทธิมาตลอดเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

นายณาศิส ประเสริฐกุล นักกลยุทธ์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรติ นาคิน กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นลง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบ โดยมีปัจจัยมาจากความกังวลเกี่ยวกับการ ออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน และความไม่แน่นอนของการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งล่าสุดมีกลุ่มกิจการร่วมค้าทีมไทยแลนด์ถอนตัวออกไป ประกอบกับตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าคาดว่า ต้นสัปดาห์ดัชนียังมีความผันผวน แต่ก็มีแนวโน้มลักษณะการแกว่งตัวขึ้นต่อได้

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามเรื่องการออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทต่อไปอีก แม้ว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลทำให้ความกดดันเรื่องค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าอาจลดลงเล็กน้อย

นายณาศิส ให้แนวต้าน 1,600 จุด แนวรับ 1,560 จุด

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าดัชนีผ่าน 1,600 จุดยาก แม้คาดหวังว่าจะเห็นการลดดอกเบี้ยของไทยในปลายเดือนนี้

ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ระบุว่า ยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยตั้งแต่เดือน พ.ย. 2555-เม.ย. 2556 รวมทั้งสิ้น 447,111 ล้านบาท แบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะยาว 172,841 ล้านบาท และตราสารหนี้ระยะสั้น 274,270 ล้านบาท

เดือน ม.ค. 2556 ยอดซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นสูงถึง 97,691 ล้านบาท ขณะที่ตราสารหนี้ระยะยาวมีเพียง 10,107 ล้านบาท และเดือน ก.พ.ยอดซื้อในตราสารหนี้ระยะสั้นมีจำนวน 62,631 ล้านบาท ตราสารหนี้ระยะยาว 17,756 ล้านบาท โดยยอดซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นเริ่มชะลอตัวลงในเดือน มี.ค.และ เม.ย.ที่ผ่านมา

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ตลาดตราสารหนี้ให้ความสำคัญกับดอกเบี้ยมากกว่ามาตรการคุมการซื้อขาย จะเห็นได้ว่าระยะนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายอย่างระมัดระวัง เพราะมีความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะลดลงอีก โดยการซื้อขายในตลาดสารหนี้ลดลงอย่างชัดเจน 2 วันแรกของเดือน พ.ค. โดยขายสุทธิ 3,600 ล้านบาท จากซื้อมาตลอดเดือน เม.ย.

“ตามที่สภาธุรกิจตลาดทุน เสนอห้ามต่างชาติซื้อขายตราสารหนี้ระยะสั้นอาจไม่ได้ผล 100% เพราะตราสารหนี้ระยะสั้นมีสัดส่วนเพียง 25% เท่านั้น และที่สำคัญในส่วนของเงินที่ไหลเข้ามานั้นไม่ใช่เงินร้อน แม้จะยอมรับว่ามีแต่เป็นส่วนน้อย หากจะให้ได้ผลเต็มที่ต้องมีมาตรการอื่นเสริม เพื่อให้การควบคุมดูแลอัตราแลกเปลี่ยนมีประสิทธิภาพ” น.ส.อริยา กล่าว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69