
ไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 669 กม. 12 สถานี
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะสรุปแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯเชียงใหม่ ในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งเบื้องต้น แนวทางที่เป็นไปได้สูง คือ ช่วงแรก กรุงเทพฯพิษณุโลก ใช้แนวทางรถไฟเดิม และช่วงสอง พิษณุโลกเชียงใหม่ ใช้แนวทางที่จะตัดใหม่ ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษสุโขทัย
ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดให้เอกชนเสนอเงื่อนไขด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบตัวรถ และอาณัติสัญญาณ โครงการรถไฟความเร็วสูง ทั้ง 4 เส้นทาง ในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งในส่วนของการก่อสร้างเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ คาดว่าจะซึ่งจะทำให้ระบบการเดินรถเกิดความชัดเจน และคดวพร้อมเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในปี 2557
จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า จะสรุปแนวเส้นทางก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพเชียงใหม่ ได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้ โดยการคัดเลือกแนวเส้นทางจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศโดยรวม ควบคู่กับการพิจารณาความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจและการเงิน และสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ในการกำหนดแนวเส้นทางของรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ ผลการศึกษา ได้กำหนดแนวไว้ 5 ทางเลือก อย่างไรก็ตาม แนวเส้นทางที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ แนวทางเลือกที่ 5 ซึ่งช่วงที่ 1 ระหว่างกรุงเทพฯพิษณุโลก จะใช้แนวเส้นทางรถไฟเดิม ทำให้การก่อสร้างดำเนินการได้เร็ว ส่วนช่วงที่สอง เส้นทางต่อจากพิษณุโลกเชียงใหม่ จะใช้เส้นทางตัดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อใช้พัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ จ.สุโขทัย
“รายละเอียดการเวนคืนที่ดินเพิ่มเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องศึกษารายละเอียดของแบบก่อสร้างก่อน แต่จะพิจารณาให้ประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างโครงการได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งแนวเส้นทางบางเส้นทางที่ได้ศึกษาเบื้องต้นแม้ว่าจะมีระยะทางสั้น แต่จะต้องใช้เงินเวนคืนเยอะ ก็จะไม่คุ้ม” จุฬา กล่าว
ทั้งนี้ แนวเส้นทางที่คาดว่าจะพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯเชียงใหม่ จะมีระยะทางประมาณ 669 กม. มี 12 สถานี ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่
สนข.กำหนดกรอบเวลาการให้บริการเดินรถระยะแรก ช่วงกรุงเทพฯพิษณุโลก ให้บริการในปี 2562 ประมาณการว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 1.4 หมื่นคน และระยะที่ 2 ช่วงพิษณุโลกเชียงใหม่ จะเริ่มให้บริการในปี 2564 ซึ่งจะเปิดบริการครบทั้งเส้นทาง และทำให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 2.4 หมื่นคน
นอกจากประโยชน์จากการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพแล้ว รัฐบาลยังหวังว่าการพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูงจะเป็นการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในจุดที่รถไฟวิ่งผ่าน โดย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องผ่าน เมื่อมีการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง จะช่วยขับเคลื่อนเมืองมรดกโลกสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมด้วย
วิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อป้องกันน้ำท่วม และโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่มีแนวตัดผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯพิษณุโลกเชียงใหม่ และกรุงเทพฯนครราชสีมาหนองคาย ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจำนวนมาก
ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ราคาประเมินที่ดินทั้งจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น 10% โดยที่ดินบริเวณรอบนอกมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5 หมื่น5 แสนบาทต่อไร่ ขณะที่ดินในเมืองราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ล้านบาทต่อไร่
“แม้ว่าราคาที่ดินจะขยับเพิ่มไม่มาก แต่มีกระแสข่าวการซื้อขายที่ดินอยู่เยอะ เพราะรัฐบาลมีโครงการเข้ามาใช้ที่ดินในจังหวัดเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทางคณะกรรมการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัด จะเร่งพิจารณาการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ให้สอดรับกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ซึ่งจะต้องดูว่าจะใช้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่เกษตร ที่อยู่อาศัย แหล่งเศรษฐกิจ จากนั้นทางสำนักผังเมืองจะพิจารณารายละเอียดอีกครั้งเพื่อวางแผนการจัดระเบียบที่ดินรองรับความเจริญในอนาคต” วิทยา กล่าว
ข้อมูลประกอบข่าว
แนวเส้นทางเลือกการพัฒนารถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ ฯ – เชียงใหม่ ประกอบด้วย 5 ทางเลือก คือ แนวทางเลือกที่ 1 ขนานไปตามแนวรถไฟเดิม จากสถานีกลางบางซื่อ ผ่าน จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ลพบุรี จ.นครสวรรค์ จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก จ.อุตรดิตถ์ จ.ลำปาง จ.ลำพูน และสิ้นสุดที่ จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 677 กม.
มี 12 สถานี ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เด่นชัย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่
แนวทางเลือกที่ 2 ขนานไปตามแนวรถไฟเดิมเหมือนกับแนวทางเลือกที่ 1 จนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วใช้แนวเส้นทางใหม่ไปทางฝั่งตะวันตกไปบรรจบกับแนวเส้นทางรถไฟสายเดิมที่ อ.พยุหะคีรี เข้าสู่ จ.นครสวรรค์ จนถึงสถานีปากน้ำโพใช้แนวเส้นทางใหม่ ไปถึง อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก จากนั้นตัดเข้าแนวรถไฟเดิม มุ่งสู่ อ.เมืองพิษณุโลก แล้วใช้แนวเส้นทางใหม่ด้านทิศตะวันตก มุ่งไป อ.ศรีสัชชนาลัย จ.สุโขทัย และบรรจบกับแนวเส้นทางรถไฟสายเดิมที่ ต.กล้วยแพะ อ.เมือง จ.ลำปาง ผ่าน จ.ลำพูน และสิ้นสุดที่ จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 639 กม.
มี 11 สถานี ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สิงห์บุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่
แนวทางเลือกที่ 3 ใช้แนวเส้นทางเหมือนทางเลือกที่ 2 จนถึง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ จะใช้แนวเส้นทางใหม่ออกไปทางด้านทิศตะวันตกของ จ.นครสวรรค์ ผ่าน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร และมาบรรจบกับแนวทางเลือกที่ 2 ที่ อ.เมือง จ.สุโขทัย ระยะทางประมาณ 610 กม.
มี 10 สถานี ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สิงห์บุรี นครสวรรค์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่
แนวทางเลือกที่ 4 ขนานไปตามแนวรถไฟเดิมจนถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกทางพิเศษหมายเลข 9 จากนั้นเบี่ยงออกไปทางทิศตะวันตกของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ผ่าน จ.อ่างทอง จ.สิงห์บุรี จ.ชัยนาท จ.อุทัยธานี จ.นครสวรรค์ แล้วขึ้นเหนือตัดไป จ.สุโขทัย แล้วเบนออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เข้าสู่ อ.สบปราบ อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ผ่าน จ.ลำพูน ไปสิ้นสุดที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 597 กม.
มี 11 สถานี ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย สบปราบ และเชียงใหม่
แนวทางเลือกที่ 5 ช่วงบางซื่อพิษณุโลก ใช้แนวเส้นทางเหมือนทางเลือกที่ 1 และช่วงพิษณุโลกเชียงใหม่ ใช้แนวเส้นทางเหมือนทางเลือกที่







