
Yield Curve เพิ่มขึ้นจากความกังวลมาตราการดูแลค่าเงิน
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (22-26 เม.ย. 2556) มีมูลค่ารวม 453,644 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,729 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 24% ทั้งนี้จะพบว่ากว่า 66% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 298,369 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 139,239 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,743 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (22-26 เม.ย. 2556) มีมูลค่ารวม 453,644 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,729 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 24% ทั้งนี้จะพบว่ากว่า 66% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 298,369 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 139,239 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,743 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB176A (อายุ 4.2 ปี) LB21DA (อายุ 8.7 ปี) และ LB155A (อายุ 2.1 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 45,123 ล้านบาท 23,492 ล้านบาท และ 17,237 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ รุ่น CB13523C (อายุ 28 วัน) CB13514A (อายุ 14 วัน) และ CB13725B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 39,964 ล้านบาท 34,220 ล้านบาท และ 21,244 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย รุ่น SCC174A (A) มูลค่าการซื้อขาย 557 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล รุ่น PTTGC13DA (AA) มูลค่าการซื้อขาย 523 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) รุ่น ICBCTL164A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 351 ล้านบาท
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 1 ถึง 10 Basis Point ทั้งนี้มาจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก โดยในช่วงปลายสัปดาห์มีการประชุมนัดพิเศษระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณีเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีแรงขายจากนักลงทุนบางส่วน เนื่องจากเกิดความกังวลว่า ธปท.อาจจะออกมาตรการเพื่อควบคุมค่าเงินบาท เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการถือครองตราสารหนี้ระยะสั้น และมาตรการกำหนดระยะเวลาการถือครองพันธบัตร รวมไปถึงมาตรการภาษีคุมเงินไหลเข้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นในกลุ่มของตราสารหนี้ระยะกลางยาว อย่างไรก็ตามยังไม่มีมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมเงินทุนออกมาแต่อย่างใด
ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 401 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิ 1,638 ล้านบาท







