posttoday
อิทธิพลคนดังบนโลกออน์ไลน์

อิทธิพลคนดังบนโลกออน์ไลน์

02 พฤษภาคม 2556

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสังคมปัจจุบัน เหล่าดารา นักร้อง นักแสดง และบรรดาคนดังทั้งหลาย ได้กลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภคไปแล้ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสังคมปัจจุบัน เหล่าดารา นักร้อง นักแสดง และบรรดาคนดังทั้งหลาย ได้กลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภคไปแล้ว

ทั้งนี้ เกิดจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งความนิยมในโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Instagram หรือ Youtube ได้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างกระแสการอยากติดตามดูชีวิตประจำวันของเหล่าคนดังและนักแสดงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เหล่าบรรดาคนดังได้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางสังคม (Social Influencer) ไปโดยปริยาย

ในยุคแรกๆ กระแสผู้มีอิทธิพลทางสังคมถูกทำผ่านบล็อกเกอร์ (Bloggers) ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น แฟชั่นการแต่งหน้าแต่งตัว หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี แล้วนำเอาความรู้นั้นๆ ไปแชร์ต่อผ่านการใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ตัวเองเป็นเจ้าของ โดยการใช้รูปภาพหรือคำพูดที่เข้าใจง่าย และเป็นภาษาเดียวกันเป็นผู้บริโภค ทำให้เกิดมีผู้ติดตามจำนวนมาก

ตัวอย่างบล็อกเกอร์ทางด้านแฟชั่นและเครื่องสำอางในเมืองไทยที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคอยู่ ณ ตอนนี้ก็คือ โมเมนภัสสร บุรณศิริ มีคนติดตามอยู่ถึง 208,746 คน หรือจะเป็น แพรี่พายอมตา จิตตะเสนีย์ บล็อกเกอร์ทางด้านเมกอัพ อาร์ติสต์ ที่มีคนติดตาม 337,026 คน และบล็อกเกอร์ทางด้านเทคโนโลยีอย่าง ซีฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ก็มีคนติดตามถึง 138,657คน

จากความนิยมในตัวบล็อกเกอร์นี่เอง ที่ทำให้เหล่าบล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงหลายๆ คนได้กลายเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาที่ไม่ว่าจะพูดหรือจะขายอะไร หรือแค่โพสต์รูปสินค้าลงโซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนตัว สินค้านั้นก็จะกลายเป็นที่นิยมและขายดีขึ้นมาในช่วงข้ามคืน

สิ่งนี้ได้ลามไปถึงกลุ่มดาราหรือคนดัง หากคนไหนมีคนนิยม รวมถึงมีผู้ติดตามในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกลายเป็นที่สนใจของเหล่าบรรดาสินค้าหรือเอเยนซี่โฆษณาที่จะติดต่อเพื่อให้ช่วยโปรโมตสินค้าประหนึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้านั้นกลายๆ ด้วยวิธีการส่งต่อหรือแชร์รูปภาพ รวมถึงการโปรโมตสินค้าไปยังสาธารณะ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการใช้แผนการตลาดในลักษณะนี้ก็คือ ไอศกรีมยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง เพราะนอกจากจะใช้สื่อหลักอย่างโทรทัศน์หรือนิตยสารเป็นหลักแล้ว ยังนำสื่อออนไลน์มาผสมด้วยการใช้เหล่าคนดังที่มีชื่อเสียงและดาราทั้งหลายมาโปรโมต “อาการฟินเว่อร์” เมื่อได้กินไอศกรีมยี่ห้อนี้ด้วยการ “โพสต์” รูปที่กินไอศกรีมแล้วให้ความรู้สึก “ฟิน” ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter และ Instagram

ซึ่งเมื่อรวมเหล่าโซเชียลเน็ตเวิร์กของหลายๆ คนเข้าด้วยกัน ก็เกิดเป็นกระแสที่คนในสังคมพูดถึงและทำให้เกิดอาการอยากทดลองกิน และแชร์ต่อภาพตัวเองกินไอศกรีมเหมือนอย่างศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบใน Facebook หรือ Instagram ของตัวเอง

นอกจากจะใช้การแชร์ภาพผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว ยังมีการใช้Youtube ในการอัพโหลดวิดีโอการกินไอศกรีมที่ใครๆ ได้เห็นแล้วก็ต้องอยากวิ่งออกไปซื้อมาสักแท่งหนึ่ง เพื่อลิ้มลองถึงความฟิน และเพื่อไม่ให้ตัวเองตกกระแส ถึงขนาดทำให้ไอศกรีมยี่ห้อนี้ขาดตลาดกันไปเลยในช่วงนั้น ถือเป็นการใช้สื่อโดยผ่าน Social Influencers ที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว

หันมามองในแง่แบรนด์ที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์กันบ้าง โดยเฉพาะในกลุ่ม Facebook ซึ่งเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมของคนไทย ในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นว่ามีหลากหลายแบรนด์ที่ทำกิจกรรมหรือการตลาดผ่าน Facebook เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำได้ดี และเข้าตาจนกระทั่งมีผู้ติดตามจำนวนมากก็จะเป็นชาเขียวอย่างอิชิตัน ที่ขยันทำกิจกรรมและสร้างกระแสทั้งลด แลก แจก แถม จนทำให้จำนวนผู้ติดตามมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนถึง 1.8 ล้านคน

ตามติดมาด้วยเป๊ปซี่ไทยกับกิจกรรมที่เน้นไปยังกลุ่มวัยรุ่นด้วยยอด 1.4 ล้านคนในไทย ส่วนอันดับ 3 เป็นรายการวัยรุ่นชื่อดังบนโลกออนไลน์ชื่อ VRZO เจ้าของคำฮิต “ขอ 3 คำ” ที่มีคนตามกระแสอยู่ถึง 1.3 ล้านคน เช่นเดียวกับค่ายหนังไทยแบบ GTH ก็มีคนติดตามถึง 1.28 ล้านคน และอันดับที่ 5 คือ KFC ไก่ทอดของผู้พันที่มีคนตาม 1.17 ล้านคนเลยทีเดียว

ข้อดีของการทำตลาดด้วยวิธีนี้ก็คือ ใช้งบประมาณที่ต่ำกว่าสื่ออื่นๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทำกิจกรรมที่ต้องโดนและเด่นเพียงพอ รวมถึงการพูดภาษาเดียวกันกับกลุ่มเป้าหมายที่จะช่วยให้แฟนเพจตามติด และเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในความคิดของผู้เขียนการนำผู้มีอิทธิพลทางสังคมมาใช้ในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะหากเราเลือกใช้พรีเซนเตอร์หรือบล็อกเกอร์มานำเสนอผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนวิธีการนำเสนอที่เน้นแต่จุดขายและข้อดีของผลิตภัณฑ์ จนทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อผลิตภัณฑ์แล้ว อาจจะส่งผลลบต่อผลิตภัณฑ์ได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ถ้าเรานำเสนอได้ดี พูดคุยกับผู้บริโภคฉันเพื่อนและโดนแล้ว ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็ดังได้เพียงชั่วข้ามคืนเช่นกัน

งานนี้นักการตลาดกับนักวางแผนสื่อคงต้องมานั่งคุยกันยาวๆ แล้วล่ะ...

ข่าวล่าสุด

ราคาน้ำมันร่วงต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ ลุ้นสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้ปิดดีลสันติภาพ

ราคาน้ำมันร่วงต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ ลุ้นสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้ปิดดีลสันติภาพ