
ทรัมป์ย้ำไม่เร่งดีลอิหร่าน ยันสหรัฐยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ
โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันสหรัฐยังไม่รีบทำข้อตกลงกับอิหร่าน พร้อมคงมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ยังตึงเครียด
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าได้สั่งการให้คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐ “ไม่ต้องเร่งรีบ” ในการบรรลุข้อตกลงกับ อิหร่าน แม้ก่อนหน้านี้จะมีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน
ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า มาตรการปิดล้อมเรืออิหร่านของสหรัฐบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะ “ยังคงมีผลอย่างเต็มรูปแบบ” จนกว่าจะมีการทำข้อตกลงที่ผ่านการรับรองและลงนามอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่า “ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องใช้เวลาและทำทุกอย่างให้ถูกต้อง”
ด้านรัฐบาลอิหร่านยังไม่มีท่าทีตอบสนองอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งมีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ระบุว่า สหรัฐยังคงขัดขวางประเด็นสำคัญบางส่วนของการเจรจา โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของเตหะรานในการปลดล็อกเงินทุนที่ถูกอายัดในต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐและอิหร่าน “เจรจาบันทึกความเข้าใจได้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว” ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เส้นทางเดินเรือสำคัญที่เคยรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวเกือบ 20% ของโลกก่อนเกิดสงคราม
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างในหลายประเด็นสำคัญ ทั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน สงครามระหว่าง อิสราเอล กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ใน เลบานอน ตลอดจนข้อเรียกร้องของอิหร่านให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และคืนรายได้จากการขายน้ำมันที่ถูกอายัดมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า อิหร่านได้ “เห็นชอบในหลักการ” ต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐยุติการปิดล้อมทางทะเล และให้อิหร่านกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงที่สะสมไว้
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังระบุว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้ให้การสนับสนุนกรอบกว้างของข้อตกลงแล้ว แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝั่งอิหร่าน
สำหรับขั้นตอนต่อไป สหรัฐต้องการให้มีการเปิดช่องแคบและยกเลิกมาตรการปิดล้อมก่อน จากนั้นจึงค่อยเจรจารายละเอียดด้านนิวเคลียร์เพิ่มเติม ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าเดิม
แหล่งข่าวอิหร่านระบุว่า หนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างหารือ คือการเจือจางยูเรเนียมเสริมสมรรถนะภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน ข้อตกลงดังกล่าวกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในสหรัฐ โดย ไมค์ ปอมเปโอ และสมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วน มองว่ารายละเอียดของข้อตกลงแทบไม่แตกต่างจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ซึ่งทรัมป์เคยถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงดังกล่าวระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก
ด้าน คริส แวน ฮอลเลน สมาชิกคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงที่กำลังเจรจาอาจเป็นเพียง “การกลับไปสู่สภาพเดิมก่อนสงคราม”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ตอบโต้เสียงวิจารณ์ โดยยืนยันว่าหากมีการทำข้อตกลงกับอิหร่าน ก็จะเป็น “ข้อตกลงที่ดีและเหมาะสม”
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปราะบาง โดยที่ปรึกษาทางทหารของผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุว่า เตหะรานยังมีสิทธิทางกฎหมายในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือดังกล่าว ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเปิดเผยว่า มีเรือเพียง 33 ลำผ่านช่องแคบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 140 ลำต่อวันก่อนเกิดสงครามอย่างมาก
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ข้อตกลงใด ๆ ที่ช่วยคงการหยุดยิงจะสร้างความผ่อนคลายให้ตลาดโลก แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยุติวิกฤตราคาพลังงานในระยะสั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ปุ๋ย และอาหารทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง







