
หวังไทยเฟกซ์ดันส่งออกรุ่ง
วางเป้ากลุ่มอาหารขายกว่า7หมื่นล้านบาท จับตาสถานการณ์บาทแข็งกระทบ
วางเป้ากลุ่มอาหารขายกว่า7หมื่นล้านบาท จับตาสถานการณ์บาทแข็งกระทบ
คาดงานไทยเฟกซ์ทำไทยส่งออกอาหารเพิ่ม 7 หมื่นล้านบาท หวังทั้งปี 2556 โต 10%
นายสุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดงานแสดงสินค้าอาหาร 2556 หรือไทยเฟกซ์ 2013 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ค. ที่เมืองทองธานี คาดว่าจะมีการสั่งซื้อสินค้าอาหารภายในงานและส่งออกต่อเนื่องทั้งปีไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท ทำให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารในปีนี้ เติบโตตามเป้าหมายขยายตัว 10%
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรก กลุ่มอาหารมีมูลค่าส่งออกรวม 4,408 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.7% ขณะที่ปี 2555 ที่ผ่านมาขยายตัว 8.1% มีมูลค่า 1.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
“สำหรับปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าการส่งออกอาหารจะขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้หรือไม่ ขณะนี้ยังยันยืนเป้าหมายเดิม แต่จะทบทวนอีกครั้งในช่วงที่ทูตพาณิชย์จากทั่วโลก นำนักธุรกิจจากประเทศต่างๆเดินทางมาร่วมงานไทยเฟกซ์ครั้งนี้” นายสุวิพันธุ์ กล่าวเพื่อนำนักธุรกิจจากประเทศต่างประเทศมาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ก็จะมีการทบทวนเป้าหมายการส่งออกในภาพรวม รวมทั้งเป้าหมายของกลุ่มอาหารอีกครั้งว่าจะเพิ่มหรือปรับลดเป้าหมายอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ ภายในงานไทยเฟกซ์ยังได้กำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาการส่งออกสินค้าอาหารไทย ภายใต้นโยบายการผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาดให้แก่สินค้าไทย ครอบคลุมกลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจอาหารและร้านอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศ
นายสุวิพันธุ์ กล่าวว่า กรมจะเร่งดำเนินการผลักดันแผนส่งออกเชิงรุก เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดอาหารไทยในหลายแนวทาง อาทิ โครงการพัฒนาสินค้าและผู้ประกอบการ การแสวงหาลู่ทางการค้าและการส่งออกอาหารแช่แข็งในตลาดยุโรปและอาเซียน นำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ รวมทั้งการมอบเครื่องหมายไทยซีเล็คท์แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยและผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ผ่านการรับรองคุณภาพ
“จุดเด่นในงานจะเน้นภาพไทยเป็นศูนย์กลางงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอาหารระดับนานาชาติ ที่มีสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เทคโนโลยีการผลิตอาหาร ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงอย่างครบวงจรกว่า 3,100 คูหา บริษัทชั้นนำกว่า 1,100 ทั้งจากประเทศจีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ฯลฯ”
นายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า มั่นใจว่าการส่งออกกลุ่มอาหารปีนี้ คาดว่าจะเติมโตตามเป้าหมาย 10% ในรูปเงินเหรียญสหรัฐ หากประเมินในรูปเงินบาทคาดว่าการส่งออกจะลดลง แต่จะลดลงเท่าไหร่ ต้องประเมินจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้ง หากทั้งปีเฉลี่ยที่ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กได้รับผลกระทบปรับตัวลำบาก จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาและหาทางเยียวยาผลกระทบ
สำหรับอุตสาหกรรมอาหารไทยในช่วง 2 ปีนี้ ก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง หากไทยสามารถเข้าถึงตลาดอาเซียนและประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ได้ จะยิ่งขยายขนาดตลาดให้เพิ่มขึ้น ส่งผลดีในแง่ทำให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยลดลง จนทำให้แข่งขันได้ในตลาดส่งออกและเป็นผลดีต่อผู้บริโภคภายในที่ราคาสินค้าจะลดลง







