posttoday
ซีไอเอ็มบีชูลงทุน3ปี

ซีไอเอ็มบีชูลงทุน3ปี

30 เมษายน 2556

ดอกเบี้ยขึ้นยากเศรษฐกิจโลกเปราะบาง กองใหม่จ่ายคืนทุกเดือน3.8%ต่อปี

ดอกเบี้ยขึ้นยากเศรษฐกิจโลกเปราะบาง กองใหม่จ่ายคืนทุกเดือน3.8%ต่อปี

บลจ.ซีไอเอ็มบีมองดอกเบี้ยขึ้นยาก ขายตราสารหนี้ 3 ปี ชู 3.825% ต่อปี ทยอยจ่ายทุกเดือน

นายเจิดพันธุ์ นิธยายน ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและการขาย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล ตราสารหนี้ รับรายเดือน 3Y1M1 อายุโครงการประมาณ 3 ปี 1 เดือน มูลค่าโครงการ 1,250 ล้านบาท เสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 29เม.ย.7 พ.ค. 2556 โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ

ในส่วนที่ลงทุนต่างประเทศจะไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนและป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน คาดผลตอบแทน 3.825% ต่อปี เทียบเท่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำก่อนเสียภาษีที่ 4.50% ต่อปี

นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเป็นไปได้น้อย โดยเฉพาะในภาวะที่เงินเฟ้อไม่สูง การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกยังเปราะบางและเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง แม้อาจมีมาตรการชะลอการแข็งค่าซึ่งอาจส่งผลต่อดอกเบี้ยในตลาดในช่วงสั้นบ้าง โดยมองว่าตั้งแต่ต้นปีเงินบาทแข็งค่าส่วนหนึ่งเกิดจากเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งประเทศไทยติดอันดับเงินแข็งค่าเป็นอันดับต้นของโลก

“กองทุนนี้จะมีรายรับให้ผู้ลงทุนทุกเดือนในอัตรา 3.825% ต่อปี จนครบกำหนดอายุของกองทุน ซึ่งผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับเป็นรูปแบบของการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและนำไปลงทุนต่อในกองทุน CIMBPRINCIPAL TREASURY ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงินทำให้นักลงทุนไม่เสียโอกาสในการลงทุน” นายเจษฎา กล่าว

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ยังมีเงินไหลเข้าจากเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะพันธบัตรรุ่นอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ทำให้หลายฝ่ายคาดว่า ธปท. ซึ่งถูกกดดันอยู่อาจออกมาตรการออกมา

บลจ.กรุงไทย เปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 6 เดือน คุ้มครองเงินต้น 2 ถึงวันที่ 3 พ.ค.นี้ อายุ 6 เดือน ลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ในประเทศ ผลตอบแทนประมาณ 2.55% ต่อปี

นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนหุ้นก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะกองทุนเปิดกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควีตี้ ฟันด์ (KTSE) ) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้น ตั้งแต่ต้นปี 2556 สินทรัพย์เพิ่มขึ้นรวดเร็ว จาก ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 967 ล้านบาท ณ วันที่ 26 เม.ย.2556 และยังมีผลการดำเนินงานน่าพอใจ โดยสามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม จากข้อมูลสมาคมบริษัทจัดการลงทุน นับจากต้นปี ถึงวันที่ 12 เม.ย.2556 ในประเภทกองทุนรวมตราสารทุน ที่มีนโยบายการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 12 เม.ย.2556 ย้อนหลัง 6 เดือน อยู่ที่ 31.38% สูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ที่ 17.76% ย้อนหลัง1 ปี อยู่ที่ 48.64% ดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 30.6% และนับตั้งต้นปีอยู่ที่ 24.94% ดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 9.73%

นายสมชัย กล่าวว่า กองทุน KTSE มีการบริหารจัดการแบบเชิงรุก เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นรายตัวและมีการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนให้มีความเฉพาะเจาะจง ดังนั้น กระบวนการคัดสรรหุ้นและการจับจังหวะหรือกำหนดช่วงราคาในการเข้าลงทุนในหุ้นแต่ละตัว จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน

"กองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา กองทุนจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 5.05 บาท ต่อหน่วย หรือ คิดเป็นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลประมาณ 30% ในขณะที่ปี 2556 (ม.ค.เม.ย.) นี้ กองทุนจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 3.50 บาท/หน่วย หรือ คิดเป็นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลประมาณ 20%"นายสมชัย กล่าว

ซีไอเอ็มบีชูลงทุน3ปี

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ