
ลั่นพร้อมแก้เกณฑ์ดูแลบาท
กิตติรัตน์การันตีธปท.มีอาวุธใช้พยุงแล้ว ปลัดคลังยืนยันไม่กระทบลงทุนยาว
กิตติรัตน์การันตีธปท.มีอาวุธใช้พยุงแล้ว ปลัดคลังยืนยันไม่กระทบลงทุนยาว
คลังพร้อมหนุน ธปท.แก้เกณฑ์ดูแลค่าเงินบาท
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการในการดูแลค่าเงินบาทที่จะนำออกมาใช้อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะนำออกมาใช้ เพราะเพียงแค่ส่งสัญญาณออกไป ตลาดตอบสนองในทิศทางที่ดี ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในระดับที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังพร้อมจะแก้ไขกฎระเบียบให้ ธปท.สามารถออกมาตรการสกัดการแข็งค่าของเงินบาทได้ หากทาง ธปท.เสนอมา และหากต้องออกมาตรการใหม่ ทางกระทรวงการคลังก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือในการแก้กฎระเบียบและเกณฑ์ต่างๆ ให้
สำหรับกรณีที่มีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังเก็บภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมานั้น คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากประเทศไทยมีสนธิสัญญากับประเทศต่างๆ 50 ประเทศ จัดเก็บได้ไม่เกินจากกรอบ 10% ที่มีอยู่เดิม
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บ่ายโมงวันที่ 30 เม.ย. จะเข้าพบ ธปท. เพื่อเสนอ 5 มาตรการในการดูแลค่าเงินบาท
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการรอข้อเสนอเรื่องมาตรการการแก้ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทจาก ธปท. ซึ่งเบื้องต้นมาตรการในการดูแลการไหลเข้าของเงินทุนมี 2 แนวทาง คือ มาตรการทางการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ ธปท. และมาตรการทางการคลัง ที่ติดตามการไหลเข้าออกของเงิน ซึ่งต้องขออนุญาต รมว.คลัง และขอยืนยันว่าหากจะมีมาตรการใดๆ ออกมาจะต้องไม่กระทบกับการไหลเข้าของเงินทุนระยะยาวอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยในระยะนี้กำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ดังนั้น การไหลเข้าของเงินทุนจึงเป็นประโยชน์ แต่ต้องเป็นการลงทุนในระยะยาวเท่านั้น ฉะนั้นการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ไม่สูงนักน่าจะสอดคล้องกับความต้องการลงทุนของประเทศได้มากกว่า แต่ถ้าเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาเป็นแบบระยะสั้นก็จะมีผลกระทบทำให้เงินบาทแข็งค่ามากขึ้น
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นสวนทางกับค่าเงินของประเทศคู่แข่ง โดยแข็งค่าไปแล้ว 67% สูงสุดในภูมิภาคขณะที่คู่แข่งในภูมิภาคแข็งค่าขึ้น 1% จึงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันผู้ส่งออกลดลง 57% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก เพราะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนมากพอสมควร โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดพันธบัตรมูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินที่เข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาท ซึ่งแรงกดดันเงินบาทให้แข็งค่าขึ้น ไม่ได้เกิดจากดุลบัญชีชำระเงิน แต่มาจากเงินไหลเข้าและเงินบาทยังมีแนวโน้มจะแข็งค่าต่อไป







