posttoday
กองเลี้ยงชีพโต4.5%

กองเลี้ยงชีพโต4.5%

29 เมษายน 2556

ไตรมาสแรกนายจ้างแห่ตั้ง454ราย ยกเว้นCPFบริษัทในSET50

ไตรมาสแรกนายจ้างแห่ตั้ง454ราย ยกเว้นCPFบริษัทในSET50

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3 เดือนโต 4.57% นายจ้างใหม่ตั้งเพิ่ม 454 ราย บริษัท SET50 พบ CPF ยังไม่ตั้ง

สมาคมบริษัทจัดการลงทุน เปิดเผยว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบ ณ ไตรมาสแรก ณ วันที่ 31มี.ค. 2556 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวม 727,948.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 31,803.83 ล้านบาท หรือ 4.57% จากสิ้นปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 696,144.18ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของจำนวนนายจ้างมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น 454 ราย ทำให้สิ้นไตรมาสแรกมีจำนวนนายจ้างที่ตั้งกองทุนจำนวนทั้งสิ้น 13,207 ราย จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 12,753 ราย ส่วนจำนวนสมาชิกของกองทุนมีทั้งสิ้น 2,677,113 ราย เพิ่มขึ้น 61,473 ราย จากสิ้นปีที่ผ่านมาซึ่งมีจำนวน 2,615,640 ราย ในขณะที่จำนวนกองทุนลดลงเหลือ 449 จาก สิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 452 ราย

ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราไม่ต่ำกว่า 215 เปอร์เซนต์ของค่าจ้าง โดยนายจ้างจะจ่ายเงินสมทบในอัตราเดียวกัน

ดังนั้น จากการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ 50 อันดับแรก (SET50) พบว่ามีเพียงบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ไม่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

น.ส.ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะต้องมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ นอกเหนือจากเรื่องทุนจดทะเบียน ผลการดำเนินงาน และฐานะกิจการของบริษัท โดยเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาเป็น10 ปีแล้ว

“ตลาดฯ อยากสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ มีการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อดูแลพนักงานในยามเกษียณอายุจะได้มีเงินออมไว้ใช้ ส่วนบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดก่อนเกณฑ์กำหนดคงไม่สามารถบังคับได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท”น.ส.ปวีณา กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ได้รับการยืนยันว่า บริษัทไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีพนักงานเป็นแสนคน อาจทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จำนวนมาก แต่ปัจจุบันบริษัทก็มีสวัสดิการส่วนอื่นให้แก่พนักงาน เช่น หากทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ก็จะได้รับเงินก้อนจากบริษัท ส่วนรายละเอียดเท่าไรนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสูงเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 152,891 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 19.01% บลจ.เอ็มเอฟซี มูลค่า 122,180 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 15.19% บลจ.ทิสโก้ มูลค่า 96,303 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 11.98% บลจ.ไทยพาณิชย์ มูลค่า 76,180 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 10.47% และบลจ.กรุงไทย มูลค่า 70,705 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 8.79%

กองเลี้ยงชีพโต4.5%

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน