
ปีทองโรงภาพยนตร์โฆษณาโต 30%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการว่า ในปี 2556 ธุรกิจโฆษณาผ่านสื่อในโรงภาพยนตร์มีมูลค่าตลาด 15,747 ล้านบาท เติบโต 30% จากปี 2555
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการว่า ในปี 2556 ธุรกิจโฆษณาผ่านสื่อในโรงภาพยนตร์มีมูลค่าตลาด 15,747 ล้านบาท เติบโต 30% จากปี 2555 แบ่งเป็นมูลค่าตลาดในกรุงเทพฯ 8,511 ล้านบาท เติบโต 13.4% จากปี 2555 และมูลค่าตลาดในต่างจังหวัด 7,236 ล้านบาท เติบโต 57% จากปี 2555
ผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่จะมุ่งสร้างรายได้จากการขายโฆษณาในโรงภาพยนตร์เป็นสำคัญ โดยในปี 2556 นี้ มีปัจจัยที่ผลักดันให้ธุรกิจโฆษณาผ่านสื่อในโรงภาพยนตร์เติบโตขึ้น ได้แก่ การขยายสาขาโรงภาพยนตร์ไปในต่างจังหวัด การฉายภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ และการฉายภาพยนตร์ระบบดิจิตอล โดยประกอบไปด้วยรายละเอียด ดังนี้
การขยายโรงภาพยนตร์ไปในต่างจังหวัด ในปี 2556 นี้ ผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่มุ่งเน้นการขยายสาขาไปตามห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ที่เปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เช่น จ.สงขลา อุดรธานี กาญจนบุรี อุบลราชธานี รวมถึงบางจังหวัดยังมีการให้บริการโรงภาพยนตร์ถึง 2 สาขา เช่น จ. นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ โดยมีโรงภาพยนตร์ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการรายใหญ่รวมกันทั่วประเทศถึง 813 โรง เพิ่มขึ้นจากในปี 2555 ที่มีจำนวน 631 โรง
การฉายภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 นี้ เกิดปรากฏการณ์ภาพยนตร์ไทยทำรายได้กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับวงการภาพยนตร์ไทยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติที่เตรียมฉายในครึ่งปีหลังจึงนับได้ว่า ปี 2556 นี้ เป็นปีทองสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้ซื้อสื่อโฆษณาวางแผนซื้อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ล่วงหน้าอย่างเต็มเวลาหมดแล้ว ประกอบกับการปรับรูปแบบการคิดอัตราค่าโฆษณาของผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่ จากเดิมที่คิดอัตราค่าโฆษณาสอดคล้องตามขนาดโรงภาพยนตร์และทำเลที่ตั้งของโรงภาพยนตร์แบบเหมาทั้งปีหรือตามฤดูกาล เป็นการคิดอัตราค่าโฆษณาตามภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจโฆษณาผ่านสื่อในโรงภาพยนตร์เติบโตขึ้น เนื่องจากปี 2556 มีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เตรียมเข้าฉายจำนวนมาก
การฉายภาพยนตร์ระบบดิจิตอล เปลี่ยนจากระบบแผ่นฟิล์มมาเป็นระบบดิจิตอลซึ่งมีระบบภาพและเสียงที่คมชัดเหมือนจริงมากขึ้น รวมถึงมีการออกแบบโรงภาพยนตร์ที่ตอบโจทย์ผู้ชมเฉพาะกลุ่ม เช่น เก้าอี้นั่งหลากหลายรูปแบบ โรงภาพยนตร์สามมิติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ประชาชนมาชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการว่า ในปี 2556 จะมีผู้ชมภาพยนตร์รวม 52.6 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีผู้ชมภาพยนตร์รวม 45.8 ล้านที่นั่ง โดยเป็นผู้ชมชาวกรุงเทพฯ จำนวน 27.6 ล้านที่นั่ง หรือเติบโต 2.9% ในขณะที่เป็นผู้ชมชาวต่างจังหวัด 25 ล้านที่นั่ง หรือเติบโต 31.2%
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จำนวนผู้ชมภาพยนตร์ในต่างจังหวัดจะไม่เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับจำนวนโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ชมภาพยนตร์จะมีการกระจายตัวไปชมภาพยนตร์ตามโรงภาพยนตร์ที่มีการเปิดสาขาใหม่
ผู้ซื้อสื่อโฆษณายังนิยมใช้สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์
แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจะส่งผลให้การชมภาพยนตร์ผ่านช่องทางอื่นสามารถทดแทนการชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ได้ ยกตัวอย่างเช่น การชมภาพยนตร์ในรูปแบบแผ่นวีซีดี ดีวีดี แผ่นบลูเรย์ กับชุดโฮมเธียเตอร์ การชมภาพยนตร์ผ่านจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต เป็นต้น แต่การรับชมความบันเทิงในรูปแบบดังกล่าวก็ยังไม่สามารถทดแทนการชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ประชาชนยังนิยมมาชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์อยู่ แม้ว่าที่ผ่านมาจำนวนผู้ชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์จะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็กล่าวได้ว่าผู้ชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เป็นกลุ่มที่ชอบดูภาพยนตร์อย่างแท้จริง และระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นและครอบครัว ผู้ซื้อสื่อโฆษณาจึงยังนิยมใช้สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ เนื่องจากเล็งเห็นถึงความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สื่อโฆษณาบนจอภาพยนตร์ ที่สามารถสร้างความรับรู้และจดจำในตัวโฆษณาได้เป็นอย่างดี และยังสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมภาพยนตร์ได้ตามเนื้อหาหรือประเภทภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้เกิดกรณีร้องเรียนโดยผู้บริโภคเกี่ยวกับระยะเวลาการใช้สื่อโฆษณาบนจอภาพยนตร์ที่นานเกินไป ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของผู้ผลิตโฆษณาสำหรับฉายบนจอภาพยนตร์ที่จะต้องผลิตโฆษณาที่น่าสนใจ ไม่ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์รู้สึกเบื่อหน่าย
ผู้ซื้อสื่อโฆษณายังนิยมจัดกิจกรรมและรายการส่งเสริมการขายร่วมกับผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น การเหมารอบฉายภาพยนตร์ การให้ส่วนลดซื้อบัตรชมภาพยนตร์ การเล่นเกมชิงรางวัล เป็นต้น รวมถึงยังเป็นพันธมิตรในการเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์พิเศษ เช่น โรงภาพยนตร์สามมิติ โรงภาพยนตร์สี่มิติ เพื่อสร้างความรับรู้และจดจำในตราสินค้าสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
ผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่เริ่มขยายธุรกิจไปอาเซียนรับ AEC
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นโอกาสสำหรับผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์ในการขยายธุรกิจไปยังอาเซียนดังจะเห็นได้จากการที่ผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่เริ่มขยายธุรกิจให้บริการโรงภาพยนตร์ไปยังประเทศกัมพูชา ด้วยการสร้างโรงภาพยนตร์หรู 7 โรง ที่ฉายภาพยนตร์ในระบบดิจิตอลสองมิติและสามมิติ รวมถึงมีบริการโบว์ลิ่ง ซึ่งจะแล้วเสร็จปลายปี 2557 นอกจากนี้ผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่อีกหนึ่งราย ก็กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับประเทศต่างๆ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์ขยายธุรกิจไปยังอาเซียนโดยใช้กลยุทธ์การเข้าไปพร้อมกับพันธมิตรที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญในการหาทำเลที่ตั้งเพื่อประกอบธุรกิจอยู่แล้ว โดยประเทศเป้าหมายที่ให้ความสำคัญในการเข้าไปลงทุนขยายธุรกิจในลำดับต้นๆ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์ และลาว เนื่องจากธุรกิจบันเทิงในประเทศดังกล่าวเริ่มมีการขยายตัวและประชาชนมีกำลังซื้อ อีกทั้งวิถีชีวิตของประชาชนในกลุ่มประเทศดังกล่าวก็มีความคล้ายคลึงกับชาวไทย คือ สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน จับจ่ายใช้สอยที่ห้างสรรพสินค้า และชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ ในขณะที่ยังมีโรงภาพยนตร์จำนวนไม่มากนัก หรือโรงภาพยนตร์ยังไม่มีความทันสมัยเทียบเท่าประเทศไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สัดส่วนรายได้จากการขยายธุรกิจให้บริการโรงภาพยนตร์ไปยังอาเซียนของผู้ให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่จะยังมีมูลค่าไม่สูงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการขยายธุรกิจให้บริการโรงภาพยนตร์ภายในประเทศ แต่นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความรับรู้และจดจำภาพลักษณ์ของธุรกิจให้บริการโรงภาพยนตร์โดยผู้ประกอบการชาวไทยที่มีคุณภาพและมีความทันสมัย ในสายตาประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน







