
สุดยอดSMEsไทย
เมื่อวันพุธ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้จัดงานมอบรางวัล “สุดยอด SMEs แห่งชาติ” ขึ้น
ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการ SMEs มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศไทยให้เจริญเติบโต
เรามีผู้ประกอบการ SMEs อยู่ทั่วประเทศกว่า 2.65 ล้านราย มีการจ้างงาน 11 ล้านคน ที่สำคัญ SMEs ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 3.86 ล้านล้านบาท สะท้อนว่า SMEs เป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย หรือเป็นกระดูกสันหลังของชาติก็ว่าได้
เนื่องจาก SMEs มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพธุรกิจอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง หรือกิจการขนาดใหญ่ให้เติบโตเข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น กระบวนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs จึงเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรม และ สสว.ได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง
การจัดประกวดสุดยอด SMEs แห่งชาติ มิได้เป็นเพียงกิจกรรมที่จะเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีการบริหารจัดการดีเด่นและเป็นมาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน รวมทั้งศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs ผ่านกระบวนการวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย และการให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อสะท้อนให้ผู้ประกอบการ SMEs นำไปปรับใช้เป็นแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจต่อไป
ทั้งนี้ การประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ สสว.ได้เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และจัดต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อสรรหา SMEs ต้นแบบที่มีความสามารถในการดำเนินกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานที่ดี มีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้ประกอบการ SMEs รายอื่นๆ
ที่สำคัญรางวัลนี้ยังจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs อื่นๆ มีความตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป
การประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ หรือ SMEs National Awards นี้ สสว.ได้เปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมภาคเอกชนทั่วไป หรือธุรกิจอุตสาหกรรมในเครือที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย 4 ภาคอุตสาหกรรมหลัก 15 กลุ่มธุรกิจย่อย ได้แก่
ภาคการผลิต ได้แก่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่น ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้ ธุรกิจหัตถกรรม ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ธุรกิจเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ ธุรกิจพลาสติกและยาง ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์
ภาคการค้าและซ่อมบำรุง ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก
ภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยวและภัตตาคาร ธุรกิจงานสร้างสรรค์และออกแบบ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ
ด้านวิสาหกิจที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ ธุรกิจเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
การประกวดในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการ SMEs สมัครเข้าร่วมประกวดจำนวน 1,032 ราย และได้ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติได้ทำการคัดเลือก โดยนำแนวทางของ “เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ” (Thailand Quality Awards หรือ TQA) มาปรับใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาตัดสิน กระบวนการคัดเลือกจะมีทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น การสัมภาษณ์และการลงพื้นที่เพื่อตรวจประเมินสถานประกอบการ โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 32 ราย
หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาตัดสินให้ “รางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ” มีด้วยกัน 7 ด้าน ได้แก่ 1.บทบาทของผู้บริหารในการนำองค์กร 2.การวางแผนการดำเนินธุรกิจ 3.การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด 4.การวัด วิเคราะห์และจัดการความรู้ 5.การบริหารทรัพยากรบุคคล 6.การจัดการกระบวนการ และ 7.ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ผมเห็นผู้ประกอบการทุกท่านที่ขึ้นรับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายประเสริฐ บุญชัยสุข) ต่างมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มเต็มไปด้วยภาคภูมิใจในความสำเร็จของการบริหารจัดการที่ดีเด่นของตนเอง
น่าภาคภูมิใจจริงๆ ครับผม!







