
ท่องเที่ยวเล็งชงงบปั้นล่าม
แก้ปัญหาขาดไกด์ภาษาอย่างหนักล้มแผนลดสเปกหวั่นผิดพรบ
แก้ปัญหาขาดไกด์ภาษาอย่างหนักล้มแผนลดสเปกหวั่นผิดพรบ
ล้มแผนลดสเปกไกด์ หวั่นผิด พ.ร.บ. พลิกชงงบกลางปี จ้างสถาบันศึกษาปั้นล่ามแปลแก้ปัญหาไกด์ขาด
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ยกเลิกแนวคิดการลดวุฒิการศึกษามัคคุเทศก์ (ไกด์) ที่จะกำหนดให้คนที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบประกอบอาชีพไกด์ได้ จากเดิมกำหนดวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยเกรงว่าจะขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไกด์
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้สั่งการให้กรมการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งจัดทำแผนพร้อมกรอบงบประมาณดำเนินการ เพื่อเสนอของบประมาณกลางปีต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อว่าจ้างสถาบันการศึกษาในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ จ.เชียงใหม่ พัทยา ฯลฯ ผลิตบุคลากรแปลภาษาต่างประเทศ (ล่าม) เช่น ภาษาจีน รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการขาดแคลนไกด์อย่างหนัก รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่สนใจมาประกอบอาชีพล่ามและไกด์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
แนวคิดการผลิตล่ามทดแทนไกด์ถือเป็นโครงการระยะสั้น มุ่งเจาะกลุ่มนักศึกษา โดยโครงการนี้รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเงินค่าจ้างตอบแทนที่จูงใจให้คนไทยสนใจมาเป็นล่าม เพื่อทำหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวในแต่ละจุดที่กรมการท่องเที่ยวตั้งศูนย์ให้คำแนะนำ
“เอกชนต้องการให้กระทรวงยอมผ่อนผันให้นำคนต่างชาติมาเป็นไกด์ชั่วคราว แต่เป็นแนวคิดที่ผิด พ.ร.บ. เพราะเป็นอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะคนไทย ดังนั้นจึงคิดปั้นล่ามขึ้นมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ในอนาคตหากโครงสร้างการว่าจ้างถูกปรับปรุงให้มีความมั่นคงและค่าตอบแทนที่ดี เชื่อว่าจะจูงใจให้คนเข้ามาทำอาชีพนี้มากขึ้น” นายสมศักย์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหามาตรการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้รับความปลอดภัยเมื่อเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย โดยในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เตรียมหารือร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เพื่อวางแนวทางร่วมกันแบบครบวงจร ป้องกันการเกิดเหตุร้ายแก่นักท่องเที่ยว หลังเกิดกรณีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีประสบอุบัติเหตุสปีดโบ๊ตชนได้รับบาดเจ็บขาขาด บริเวณเกาะล้าน จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุที่ทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย
นายสมศักย์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมวางมาตรการ ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างทันทีในกรณีเกิดเหตุร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันระหว่าง ททท.กับภาคเอกชน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้







