
เกาะติดค่าเงิน
ลดเสี่ยงสัปดาห์นี้ เกาะกระแสเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัจจุบันอยู่ในระดับกว่า 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ไปสำรวจผลกระทบกับผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป
ลดเสี่ยงสัปดาห์นี้ เกาะกระแสเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัจจุบันอยู่ในระดับกว่า 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ไปสำรวจผลกระทบกับผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป
ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดใช้ของผลิตภายในประเทศ (High Local Content) กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เทคโนโลยีสูง เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ทำให้ขาดอำนาจต่อรองในการปรับราคา ทำให้มีรายได้ลดลง แต่ต้นทุนสูงขึ้น
นอกจากนี้ แม้ว่าจะมีแนวทางในการทำซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าได้ แต่สำหรับเอสเอ็มอีมีข้อจำกัดในส่วนที่เกี่ยวกับวงเงิน รวมทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่ใช้แรงงานเข้มข้นได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าจ้างที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่เกินกว่า 1015% เป็นภาระความเสี่ยงที่ทับซ้อนเข้าไปอีก
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นเอาต์ซอร์ส หรือรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ยังถูกกดราคาและต่อรองราคาให้ต่ำ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทเหล่านี้ บางส่วนได้ปรับตัวจากส่งออกเป็นผู้นำเข้าแทน รวมถึงซื้อเครื่องจักรเข้ามาเสริมประสิทธิภาพ
ขณะที่ ส.อ.ท.ได้เสนอมาตรการต่างๆ เพื่อให้รัฐช่วยเหลือ เช่น การดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน สนับสนุนให้ผู้ประกอบการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งทบทวนมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ เช่น กองทุนช่วยเหลือสภาพคล่อง เป็นต้น เพื่อลดเสี่ยงให้กับเอสเอ็มอีอีกทางหนึ่งด้วย







