
คลังติดเครื่องเอกชนร่วมทุน เค้ก8.7หมื่นล.
คลังเดินหน้าออกกฎหมายลูกลุยโครงการเอกชนร่วมลงทุนเต็มสตีมปลายปีนี้เกิดแน่
คลังเดินหน้าออกกฎหมายลูกลุยโครงการเอกชนร่วมลงทุนเต็มสตีมปลายปีนี้เกิดแน่
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 หรือ PPP มีผลบังคับใช้แล้ว ขณะที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายเป็นโมฆะ ก็ได้ถอนเรื่องดังกล่าวแล้ว ทำให้การเดินหน้าโครงการภายใต้กฎหมาย PPP ดำเนินการได้เลย
สคร.จะเร่งดำเนินการทำกฎหมายลูกของ PPP ทั้งหมด 16 ฉบับ ให้เสร็จภายในเดือน ก.ย. 2556 นี้ หลังจากนั้นก็จะมีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนโครงการ PPP ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินการภายใต้กฎหมายก่อนสิ้นปีนี้
นายประสงค์ กล่าวว่า ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ของรัฐบาลที่จะดำเนินการภายสิ้นปีนี้เช่นกัน มีโครงการที่จะดำเนินการตามกฎหมาย PPP จำนวน 8.7 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการสร้างเส้นทางมอเตอร์เวย์ บางปะอินนครราชสีมา โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล และโครงการขยายท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา ซึ่งจะลดภาระเงินกู้และเงินงบประมาณของรัฐบาลได้จำนวนมาก
สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอินนครราชสีมา มีระยะทาง 196 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน 6.87 หมื่นล้านบาท ขณะนี้กระทรวงคมนาคมกำลังศึกษาแผนการลงทุน
ขณะที่มีรายงานข่าวว่า สำหรับโครงการลงทุนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลที่เข้าข่ายจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนมีอยู่ประมาณ 20% คิดเป็นเงินประมาณ 3-4 แสนล้านบาท
ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า กฎหมาย PPP จะทำให้การลงทุนของรัฐบาลคล่องตัวมากขึ้น ไม่เป็นภาระเงินงบประมาณ และก็ไม่ต้องกู้เงิน ในกฎหมายใหม่มีการปรับการดำเนินการให้รวดเร็วมากขึ้นจากที่ต้องใช้เวลาหลายปี เหลือการดำเนินการไม่ถึง 1 ปี ทำให้การลงทุนของประเทศไม่เสียโอกาสเหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ภายใต้กฎหมายใหม่ยังมีการตั้งกองทุน 2,000 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เพื่อให้พร้อมลงทุนได้ทันที โดยเอกชนที่ได้เข้ามาดำเนินการโครงการจะต้องจ่ายเงินค่าศึกษาให้กับกองทุน เพื่อใช้นำไปหมุนเวียนศึกษาในโครงการอื่น ซึ่งจะมีการของบประมาณปี 2557 มาใช้เป็นเงินประเดิมก่อตั้งกองทุน







