
‘อาร์บีเอส’มั่นใจธปท.บาทแข็งไม่เกิน28.25
“อาร์บีเอส” คาดเงินบาทแข็งไม่เกิน 28.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เหตุ ธปท.ทยอยแทรกแซงช่วยผู้ส่งออก
“อาร์บีเอส” คาดเงินบาทแข็งไม่เกิน 28.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เหตุ ธปท.ทยอยแทรกแซงช่วยผู้ส่งออก
นายซานเจย์ มาธัวร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ธนาคารเดอะรอยัลแบงก์ออฟสกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) เปิดเผยว่า เงินบาทในช่วงที่เหลือของปีนี้จะแข็งค่าขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย หรือราว 2.5% จากฐานปัจจุบันที่ 28.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยอาจลงไปทรงตัวอยู่ที่ระดับ 28.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับสาเหตุที่เงินบาทไม่แข็งค่ามากกว่านี้ เพราะเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเริ่มเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดปริวรรตเงินตรามากขึ้น หลังจากในช่วงที่ผ่านมาเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว
“ช่วง 3 เดือนแรกของปี เงินบาทแข็งค่าไปแล้วราว 5% ขณะที่การส่งออกที่เคยพุ่งทะยานหลังภาวะน้ำท่วมกลับชะลอตัวลงในเดือน ก.พ. ทำให้มีการเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ จึงเชื่อว่าผู้กำหนดนโยบายจะเริ่มคิดหาแนวทางสกัดเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป” นายซานเจย์ กล่าว
นายซานเจย์ กล่าวว่า การดูแลค่าเงินบาทในเวลานี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่ควรใช้วิธีเข้าซื้ออัตราแลกเปลี่ยนเป็นช่วงๆ ไม่ให้ผันผวน เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยขณะนี้เป็นที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรและเงินเฟ้อที่ต่ำ ส่วนข้อเสนอให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายนั้นจะไม่ช่วยชะลอการไหลเข้าของเงินต่างชาติได้ ซ้ำจะทำให้สินเชื่อในภาคครัวเรือนของไทยซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วร้อนแรงขึ้นไปอีก
“ภาพรวมอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะทรงตัวหาก ธปท.สามารถดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินออกจากระบบได้สำเร็จ แต่หากดูดซับได้เพียงบางส่วนอัตราดอกเบี้ยอาจลดลง หมายความว่าผลตอบแทนต่อความเสี่ยงของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลบาทอายุ 10 ปี จัดอยู่ในเกณฑ์ดี และมีโอกาสจะให้ผลตอบแทนที่ 3.5% ภายในสิ้นปีนี้” นายซานเจย์ กล่าว
นายซานเจย์ กล่าวว่า แม้ภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ธนาคารยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะยังขยายตัวได้ที่ 5% และ 6% ในปีหน้า เนื่องจากไทยยังมีการลงทุนภายในประเทศของภาครัฐจะเข้ามาทดแทน







