
ความเร็วสูง...ระยะยาว
ช่วงนี้ข่าวเรื่อง “รถไฟความเร็วสูง” หรือ “ไฮสปีดเทรน” บ้านเรากำลังมาแรง ซึ่งในเรื่องนี้เพื่อนบ้านของเราทางใต้ได้ก้าวล้ำหน้าเราไปแล้ว
ช่วงนี้ข่าวเรื่อง “รถไฟความเร็วสูง” หรือ “ไฮสปีดเทรน” บ้านเรากำลังมาแรง ซึ่งในเรื่องนี้เพื่อนบ้านของเราทางใต้ได้ก้าวล้ำหน้าเราไปแล้ว
เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สิงคโปร์และมาเลเซียประกาศแถลงร่วมกันว่าจะสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างสิงคโปร์และเมืองกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ภายในปี 2563 ส่งผลให้ผู้คนระหว่างสองประเทศนี้ สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียว
การเชื่อมโยงระหว่างสิงคโปร์และมาเลเซียคงไม่สิ้นสุดแค่ที่กัวลาลัมเปอร์ แต่อาจจะเชื่อมไปยังเมืองสำคัญอื่นๆ ของมาเลเซียอีกด้วย ซึ่งจะยิ่งกระชับความสัมพันธ์ทุกระดับทุกมิติ
มองในระยะยาว ต้องบอกว่าทั้งคู่มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างชัดเจน
1.การทลายข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ สิงคโปร์ที่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดประเทศ ก็จะมีพื้นที่ใหม่รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่มาเลเซียที่มีประชากรมากสามารถเดินทางไปทำงานในสิงคโปร์ได้ง่ายขึ้น
2.การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในยุโรปธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตอย่างชัดเจนเมื่อมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างกัน และจากการศึกษาพบว่าหากใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า 3 ชั่วโมง การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจะสะดวกกว่าเครื่องบิน สิงคโปร์ซึ่งอยู่ระหว่างขยายธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่มาเลเซียมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย จึงได้รับประโยชน์ทั้งคู่ เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวทั้งสองประเทศสะดวกขึ้น
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เชื่อว่าหน่วยงานต่างๆ ของทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียต้องทำงานกันมาแล้วระดับหนึ่ง รวมถึงวางแผนแล้วด้วยว่าระบบราง ระบบรถ และระบบการบริหารจัดการจะเป็นอย่างไร
ข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ สาเหตุที่ทั้งสองประเทศเชื่อมโยงถึงกันได้ง่าย เพราะมีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน มีผลประโยชน์ที่ใกล้เคียงกัน เรียกว่าเป็น “วิน วิน” นอกจากนี้ ประชาชนของทั้งสองประเทศยังใกล้ชิดสนิทสนมกัน เพราะเคยเป็นชาติเดียวกันมาก่อน
ส่วนบ้านเราควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหน ติดตามได้ในสัปดาห์หน้าค่ะหากวิเคราะห์จากมุมคนนอก เท่าที่ได้รับข่าวมา ก็อาจต้องบอกว่า ยังไม่เห็นภาพความเชื่อมโยงกับภูมิภาคและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จะได้รับกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนเราควรจะทำอย่างไรได้นั้น ติดตามได้ในสัปดาห์หน้าค่ะ







