
กูรูตลาดแนะวิถีสู้กำลังซื้อซบ
อัดโปรโมชั่นนวัตกรรมกระตุ้นยอดเร่งปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่มาแรง
อัดโปรโมชั่นนวัตกรรมกระตุ้นยอดเร่งปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่มาแรง
กูรูการตลาดควักกลยุทธ์สู้เศรษฐกิจไตรมาสแรกซบ เร่งอัดโปรโมชั่น ขนนวัตกรรมใหม่กระตุ้นยอด ปรับยุทธศาสตร์รับยุคดิจิตอลบูม
นายอนุวัตร เฉลิมไทย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้จีดีพีน่าจะเติบโต 5% แม้ว่าช่วงไตรมาสแรกตลาดจะซบเซาจากผลพวงนโยบายรถคันแรก ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์การตลาดในไตรมาส 2 เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย
สำหรับกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ คาดเป็นการโหมทำโปรโมชั่นหรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่แรงมากขึ้น ขณะที่หัวใจสำคัญของการทำตลาดในปีนี้ ยังคงเป็นการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และแคมเปญตลาดต้องผสมผสานและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังคือ การทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายจะต้องมีนวัตกรรมการสื่อสารมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับดิจิตอลมีเดียที่มาแรง มีสื่อใหม่เกิดมากขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา
ขณะที่ช่องทางออนไลน์จะเป็นช่องทางจำหน่ายใหม่ที่มีศักยภาพ แม้ว่าขณะนี้จะเป็นเพียงยุคเริ่มต้น โดยผู้ประกอบการต้องศึกษาและหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้ช่องทางขายสินค้าครอบคลุมและรองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว
“การเกิด 3จี จะเป็นจุดที่ทำให้รูปแบบการตลาดเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการทำตลาดออนไลน์และการปรับรับเทคโนโลยีใหม่อาทิ การเกิดอุปกรณ์การสื่อสารที่เรียกว่าแฟตเล็ต เป็นการนำแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมารวมกัน” นายอนุวัตร กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพและนักการตลาดควรให้ความสำคัญ คือ กลุ่มเจนวาย มีอายุต่ำกว่า 35 ปี เพราะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่สุดของประเทศมีกำลังซื้อสูง ส่วนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเป็นโอกาสที่สินค้าไทยจะเข้าไปชิงฐานลูกค้า 600 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดไตรมาสแรกจะซบเซา แต่เชื่อว่าปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีปัจจัยลบที่ต้องกังวลมากนัก โดยคาดว่าไตรมาส 2 สภาพเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น จากการทำตลาดเชิงรุกของผู้ประกอบการ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ นักการตลาด กล่าวว่า ผู้ประกอบการควรเพิ่มความถี่การทำโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม อย่างรุนแรง รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนต่างๆ ให้ลดลง
นายชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกาแฟกระป๋องวี สลิม กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดรับมือกับสภาพตลาดซบเซา ในกรณีต้องออกสินค้าใหม่ ผู้ประกอบการต้องหาเซกเมนต์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค ส่วนการเจาะตลาดนิชมาร์เก็ตหรือเฉพาะกลุ่ม อาจไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายน้อย
เช่น บริษัทได้เปิดตัวกาแฟกระป๋องวีสลิม เพราะมองว่าตลาดกาแฟกระป๋องที่ดูแลรูปร่างยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำ ขณะที่ตลาดกาแฟกระป๋องมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท
ด้านนางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร ธุรกิจผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน อาหารและไอศกรีม บริษัท ยูนิลีเวอร์ กล่าวว่า การวางแผนตลาดแบบม้วนเดียวเสร็จไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการวางแผนอย่างต่อเนื่องและต่อยอดได้ รวมทั้งต้องมองที่เป้าหมายของแบรนด์และยอดขายที่เติบโต ที่สำคัญนักการตลาดจะต้องตีโจทย์ให้ออกว่าแบรนด์สินค้ามีวัตถุประสงค์ใด และความท้าทายอยู่ตรงไหน เพื่อสร้างเสน่ห์และทำให้ผู้บริโภครักแบรนด์







