posttoday
ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกมองหุ้นสดใส

ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกมองหุ้นสดใส

22 เมษายน 2556

เอชเอสบีซี เผยผู้จัดการกองทุนทั่วโลกยังมองตลาดหุ้นสดใส นิยมหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก เล็งเพิ่มน้ำหนักลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินเอเชีย

เอชเอสบีซี เผยผู้จัดการกองทุนทั่วโลกยังมองตลาดหุ้นสดใส นิยมหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก เล็งเพิ่มน้ำหนักลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินเอเชีย

เอชเอสบีซี เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการกองทุนทั่วโลกล่าสุด พบว่า  57% ของผู้จัดการกองทุนทั่วโลก (เทียบกับ 75% ในไตรมาส 1/56) ยังคงสนใจลงทุนในหุ้นในไตรมาส 2/56 โดยที่ไม่มีผู้จัดการกองทุนรายใดเลยที่ลดน้ำหนักลงทุนในหุ้น

1 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (หรือ 14%) ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรและการถือครองเงินสดในไตรมาส 2/56 จากไตรมาสก่อนที่มองว่าไม่น่าสนใจเลย (0% สำหรับการลงทุนในพันธบัตรและการถือครองเงินสดในไตรมาส 1/56) และผู้จัดการกองทุนเกิน 2 ใน 5 (43%) ลดน้ำหนักลงทุนในพันธบัตรและลดการถือครองเงินสด เทียบกับ 38% และ 63% ตามลำดับในไตรมาส 1/56

นายวินีต โวฮ์รา ผู้อำนวยการบริหารระดับภูมิภาค ฝ่ายการพัฒนาความมั่งคั่ง ธนาคารเอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อการเติบโตของตลาดหุ้น ซึ่งตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมทั้งตลาดหุ้นเอเชีย ยังคงน่าสนใจลงทุน เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีกว่าตลาดอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีผู้จัดการกองทุนบางรายที่เริ่มระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากกลับมากังวลต่อปัญหาวิกฤตหนี้ในยูโรโซนอีก ก็ไม่ใช่เรื่องน่าวิตกแต่อย่างใด

ตลาดหุ้นเกิดใหม่กลับมาโดดเด่นอีกครั้งในไตรมาส 2/56 เนื่องจากผู้จัดการกองทุนเกินครึ่ง (57%) มีมุมมองเป็นบวก เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีเพียง 29% ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาเหนือเริ่มคลายความนิยมลงจาก 75% เหลือ 57% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชีย แปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ผู้จัดการกองทุนชอบลงทุนมากขึ้นจาก 43% มาเป็น 50% และไม่มีผู้จัดการกองทุนรายใดเลยที่ลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศจีน ตลาดหุ้นเกิดใหม่ และตลาดหุ้นเอเชีย ส่วนอีก 14% ลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาเหนือ (เทียบกับ 25% ในไตรมาส 1/56)

ด้านตลาดพันธบัตร พบว่า 75% ของผู้จัดการกองทุนชื่นชอบลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของเอเชีย เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของภูมิภาคเอเชียยังแข็งแกร่งกว่าที่อื่น ๆ และสกุลเงินเอเชียมีทิศทางแข็งค่าขึ้น การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงสนับสนุนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกดดันต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ 4 ใน 5 ของผู้จัดการกองทุนลดน้ำหนักลงทุนในพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีรายใดเลยที่เพิ่มน้ำหนักลงทุนในพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนทั่วโลก โดยพบว่า ปริมาณเงินลงทุนภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกทั้ง 10 แห่ง ที่ร่วมในการสำรวจ พบว่า มีมูลค่าเกือบ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส 4/55 เพิ่มขึ้น 3.2% หรือ 1.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐจากไตรมาสก่อน โดยการเติบโตเป็นผลจากกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรเป็นหลัก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 40% หรือประมาณ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐของเงินลงทุนทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น เงินลงทุนสุทธิที่ไหลเข้าลงทุนในกองทุนพันธบัตรมีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ปี 2551 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 5.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรเอเชียเติบโต 11% ส่วนกองทุนที่ลงทุนในหุ้นยังคงมีเงินทุนไหลออกสุทธิ คิดเป็นมูลค่า 1.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 4/55 ซึ่งนับเป็นไตรมาสที่ 10 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเรื่องสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจากปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรป และการหารือเพื่อแก้ปัญหาทางการคลังของสหรัฐ

ขณะที่ ผลการดำเนินงานของตลาดในไตรมาส 4/55 เทียบกับไตรมาส 3/55 ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรทุกแห่ง ยกเว้นตลาดหุ้นอเมริกาเหนือและตลาดพันธบัตรทั่วโลก มีผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาส 4/55 โดยตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศจีนมีผลงานโดดเด่นที่สุด ซึ่งมีอัตราการเติบโต 12.9% รองลงมา คือ ตลาดหุ้นยุโรปรวมสหราชอาณาจักรที่เติบโต 7% และตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่นที่ขยายตัว 6% ส่วนตลาดตราสารหนี้ พบว่า ตลาดพันธบัตรยุโรปรวมสหราชอาณาจักรให้ผลตอบแทนที่ 4.6% และตลาดพันธบัตรตลาดเกิดใหม่/ให้ผลตอบแทนสูงมีอัตราผลตอบแทนขยายตัวขึ้น 3.9%

นายวินีต กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนหุ้นกลุ่มประเทศจีนเผชิญกับเงินทุนไหลออกสุทธิกว่า 17% เนื่องจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุนจากการที่ตลาดผันผวนอย่างหนักในไตรมาส 4/55 หากตัดเรื่องนี้ออกไป ตลาดหุ้นเกิดใหม่โดยรวมแล้วยังอยู่ในทิศทางที่ดี และยังเป็นตลาดที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่นที่มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 3/54 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจเอเชียที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เงินทุนที่ไหลเข้าลงทุนอย่างมากในกองทุนพันธบัตรสะท้อนว่า นักลงทุนยังคงพยายามหาผลตอบแทนจากตลาดในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ และการที่ไม่มีสินทรัพย์ลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนยอดเยี่ยมได้ตลอดเวลา นักลงทุนจึงต้องหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง และวางแผนการลงทุนโดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีความหลากหลาย

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน