
ลดน้ำหนักลงทุนทอง
บลจ.แนะนักลงทุนเปลี่ยนมุมมอง “ทอง” ไม่แจกกำไรดีเหมือนอดีต แค่สินทรัพย์ติดพอร์ต
บลจ.แนะนักลงทุนเปลี่ยนมุมมอง “ทอง” ไม่แจกกำไรดีเหมือนอดีต แค่สินทรัพย์ติดพอร์ต
นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในทองคำในระยะยาวยังดี เนื่องจากสภาพคล่องทั่วโลกยังสูง อีกทั้งทองซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อได้ จึงมองว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ควรมีอยู่ในพอร์ตการลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงได้อีก แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวยังสามารถซื้อสะสมได้ เพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ต
“ทองขึ้นมา 12 ปีต่อเนื่อง และนักลงทุนอาจคิดว่าจะขึ้นต่อได้จากปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังมีอยู่ แต่ปีที่ผ่านมาและปีนี้ราคาทองเริ่มนิ่ง และช่วงหยุดสงกรานต์ก็ดิ่งลงแรง ทำให้การลงทุนในทองคำจึงอาจไม่เหมือนในอดีตแล้ว จะหวังกำไรในอัตราสูงเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้” นายวศิน กล่าว
นายวศิน กล่าวอีกว่า สำหรับกองทุนทองคำของบริษัทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังซื้อขายในภาวะปกติ นักลงทุนไม่ได้ตื่นตระหนกกับการที่ราคาทองตกอย่างรุนแรงแต่อย่างใด
นายธนวัฒน์ รุ่งธนาภิรมย์ ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และจัดการกองทุนต่างประเทศ บลจ. กสิกรไทย กล่าวว่า ในระยะสั้นคงยังไม่เห็นราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเหมือนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยที่สนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำเปลี่ยนไป โดยปัจจุบันเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ปัญหาหนี้ยุโรปยังมีอยู่ แต่ราคาทองก็ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก อีกทั้งเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนอื่น
นอกจากนี้ คาดว่าเงินเฟ้อในปีนี้ยังอยู่ระดับต่ำ จึงยังไม่มีแรงกดดันจากเงินเฟ้อให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนทองคำแต่อย่างใด
“แนวโน้มการเก็งกำไรในทองคำจะลดลง เพราะนักลงทุนมองว่าราคาทองจะไม่ขึ้นในช่วงสั้น อาจหมดรอบที่จะปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของทองแล้ว ทำให้นักลงทุนโยกไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนมากกว่า เช่น หุ้น จะเห็นได้จากกองทุนทองขนาดใหญ่ อย่าง SPDR ถูกเทขายต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยอดถือครองทองคำลดลง 15%” นายธนวัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตามอยากให้นักลงทุนมองภาพการลงทุนในทองคำใหม่ เป็นเพียงสินทรัพย์หนึ่งที่ควรมีไว้ในพอร์ต อาจลงทุนในสัดส่วนประมาณ 5-10% ขึ้นอยู่กับนักลงทุนแต่ละราย เนื่องจากจะทำให้ความผันผวนต่ำกว่าพอร์ตการลงทุนที่ไม่มีทองคำ โดยมองว่านักลงทุนที่ยังไม่มีการลงทุนในกองทุนทองคำอาจใช้โอกาสนี้ในการทยอยซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะยาวได้ โดย บลจ.กสิกรไทย ประเมินราคาทองในปีนี้ไว้ที่ 1,300-1,500 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาหน่วยลงทุนกองทุนเปิดเค โกลด์ ของ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งเป็นกองทุนทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ วันที่ 19 เม.ย. 2556 มีมูลค่า 2.22 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงที่ราคาทองดิ่งลงในวันหยุดสงกรานต์ ส่งผลให้หน่วยลงทุนของกองทุนปรับตัวลดลง 10.37% จากราคา ณ วันที่ 12 เม.ย. อยู่ที่ 12.1403 บาท ลดลงเหลือ 10.8809 บาท ในวันที่ 17 เม.ย. และค่อยๆ ดีดตัวขึ้น
ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. อยู่ที่ 11.1244 บาทต่อหน่วย คิดเป็นลดลง 9.13% จากวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือในระยะเวลาเพียง 3 วันทำการ จึงฉุดให้ผลตอบแทนของกองทุนจากติดลบเพียง 3.19% ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เป็นติดลบถึง 15.33% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 18 เม.ย. 2556







