
แดพเพอร์โดดลุยเพื่อนบ้านปีหน้า
ควงเซ็นทรัลชิมลางบุกอินโดเวียดนามเปิดแบรนด์น้องใหม่
ควงเซ็นทรัลชิมลางบุกอินโดเวียดนามเปิดแบรนด์น้องใหม่
แดพเพอร์ควงเซ็นทรัลบุกประเทศเพื่อนบ้าน ชิมลางอินโดนีเซีย เวียดนาม ส่งแบรนด์ใหม่เจาะคนรุ่นใหม่
น.ส.ศิริทิพย์ ศรีไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวางแผนธุรกิจ บริษัท แดพเพอร์ ประเทศไทย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์แดพเพอร์ และดีเอพีพี เปิดเผยว่า ปี 2557 บริษัทมีแผนจะนำแบรนด์สินค้าในเครือเข้าไปทดลองเปิดให้บริการในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ด้วยการเข้าไปเปิดช็อปจำหน่ายสินค้าในรูปแบบช็อป อิน ช็อป ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจในประเทศเมียนมาร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น แต่คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาศึกษาตลาดอีก 35 ปี จึงจะเริ่มเข้าไปทำตลาดได้อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้เริ่มมีพันธมิตรเข้ามาติดต่อขอนำแบรนด์สินค้าของบริษัทเข้าไปจำหน่ายในหลายประเทศแล้ว
สำหรับแผนการทำตลาดในประเทศไทยนั้น ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ “ดีเอพีพี” (DA+PP) เข้ามาทำตลาด เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-25 ปี ซึ่งหลังจากนำแบรนด์ดังกล่าวเข้ามาทดลองทำตลาดในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าได้ผลการตอบรับดี ส่งผลให้สิ้นปีที่ผ่านมาแบรนด์ดีเอพีพีมียอดขายแล้ว 96 ล้านบาท
ปัจจุบันแบรนด์ดีเอพีพี มีช็อปจำหน่ายสินค้าแล้ว 12 สาขา ซึ่งในปีนี้มีแผนขยายช็อปจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 23 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 2-3 ล้านบาท และจากจำนวนสาขาที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้แบรนด์ดีเอพีพีน่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 180 ล้านบาท
“ปีนี้บริษัทจะไม่เน้นการขยายช็อปดีเอพีพีเหมือนปีที่แล้ว เพราะต้องการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับค่ายเพลงฟร้อนเทจของเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นำแฟชั่นและเพลงมาผสมกัน เพื่อทำกิจกรรมการตลาดผ่านร้านจำหน่ายในรูปแบบป๊อปอัพตามศูนย์การค้า” น.ส.ศิริทิพย์ กล่าว
สำหรับคู่แข่งของดีเอพีพีนั้น ขณะนี้ยังไม่มีคู่แข่งทางตรงแต่แบรนด์ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน คือ ซีพีเอสของยัสปาล รีโนของเวิร์กช็อป และลินอะราวนด์ ซึ่งจากการกำหนดราคาขายของแบรนด์ดีเอพีพีที่ถูกกว่าแบรนด์แดพเพอร์ 40% ทำให้มั่นใจว่าจะได้ผลการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดีแม้ว่าปัจจุบันจะมีแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในไทยเพิ่มขึ้น
ขณะที่แผนขยายธุรกิจแบรนด์แดพเพอร์ในปีนี้ จะเพิ่มช็อปใหม่อีก 10 สาขา ภายใต้งบลงทุน 46 ล้านบาท จากปัจจุบันมีจำนวนช็อปที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 100 สาขา ซึ่งหลังจากที่บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้ง 2 แบรนด์ คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้รวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15%







