posttoday
ไทยรวยน้ำมัน

ไทยรวยน้ำมัน

17 เมษายน 2556

คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าประเทศไทยไม่มีแหล่งพลังงานเชื้อเพลิง ไม่สามารถผลิตน้ำมันเองได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ความเข้าใจดังกล่าวผิดอย่างสิ้นเชิง อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในกระทรวงพลังงานเคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งว่า แท้จริงแล้วประเทศไทยมีโรงกลั่น 7 โรง โดยเป็นของ บริษัท ปตท. ถึง 5 โรง ประเทศไทยมีกำลังผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยที่ประเทศไทยใช้น้ำมันวันละประมาณ 7 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่งออกประมาณ 1 แสนบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ขายในต่างประเทศกลับมีราคาถูกกว่าที่ขายภายในประเทศ

คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าประเทศไทยไม่มีแหล่งพลังงานเชื้อเพลิง ไม่สามารถผลิตน้ำมันเองได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ความเข้าใจดังกล่าวผิดอย่างสิ้นเชิง อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในกระทรวงพลังงานเคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งว่า แท้จริงแล้วประเทศไทยมีโรงกลั่น 7 โรง โดยเป็นของ บริษัท ปตท. ถึง 5 โรง ประเทศไทยมีกำลังผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยที่ประเทศไทยใช้น้ำมันวันละประมาณ 7 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่งออกประมาณ 1 แสนบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ขายในต่างประเทศกลับมีราคาถูกกว่าที่ขายภายในประเทศ

ไม่เพียงแต่การผลิตน้ำมัน ในปี พ.ศ. 2551 ประเทศไทยยังส่งออกปิโตรเลียมรวมเกือบ 3 แสนล้านบาท ทั้งในรูปน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว และในปี พ.ศ. 2555 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกามีการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศไทยกว่า 1,200 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้น้ำมันในอ่าวไทยถือว่าเป็นน้ำมันที่มีราคาแพง เพราะมีคุณสมบัติดี คือกลั่นง่าย มลพิษต่ำ

นอกจากนี้จากการสำรวจพบว่าภาคอีสานที่มีพื้นที่ร่วม 1.7 แสนตารางกิโลเมตร มีก๊าซธรรมชาติในปริมาณที่สูงมาก โดยพื้นที่จำนวน 1 แสนตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะผลิตปิโตรเลียม และจากการจัดอันดับของ EIA (Energy Information Administration) ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกในการผลิตก๊าซธรรมชาติ แซงหน้าประเทศในกลุ่มโอเปก ประกอบกับเอกสารของกระทรวงพลังงานของประเทศไทย เมื่อเดือน ม.ค. 2555 ระบุว่าประเทศไทยขุดเจาะปิโตรเลียมได้วันละประมาณ 9 แสนบาร์เรล

สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้จัดอันดับประเทศที่บริโภคน้ำมันแพงที่สุดใน 55 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก การประเมินจะทำการประเมินจากต้นทุนน้ำมันที่ต้องจ่ายเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อวันของประชากรในประเทศนั้น พบว่าคนไทยต้องใช้เงินร้อยละ 25 ของรายได้เพื่อซื้อน้ำมัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเงินจำนวนมากของรายได้ที่ต้องใช้จ่ายไปกับค่าน้ำมัน ในขณะที่ประเทศนอร์เวย์ แม้ราคาน้ำมันจะแพงกว่าประเทศไทย แต่เมื่อเปรียบเทียบรายได้ของประชากรพบว่าไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากเหมือนเช่นประเทศไทย เห็นได้ว่าประเทศที่ราคาน้ำมันแพง ประชากรอาจไม่ได้รับผลกระทบมาก หากประชากรในประเทศนั้นมีรายได้สูง

จากข้อมูลพอสังเขปข้างต้น คำถามส่วนมากที่จะถามเหมือนกันคือ ทำไมคนไทยต้องซื้อน้ำมันแพง ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันและสามารถผลิตน้ำมันเองได้และยังสามารถส่งออกได้ หากพิจารณาโครงสร้างผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของ ปตท. อาจจะทำให้คำตอบแคบลง นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2540-2544 ปตท. สามารถทำกำไรได้เฉลี่ยปีละ 2.2 หมื่นล้านบาท และในปี พ.ศ. 25452550 ได้กำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5 หมื่นล้านบาท ในหลายๆ ประเทศหากโรงกลั่นมีข้าราชการ นักการเมือง ถือหุ้นโดยส่วนมาก หรือเข้าไปเป็นประธานกรรมการจะถือว่าเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะบุคคลดังกล่าวอาจแสวงหาผลประโยชน์จากราคาน้ำมันได้ เมื่อถือหุ้นอยู่คงไม่ปล่อยให้ราคาน้ำมันต่ำลงเพราะจะไม่ได้รับผลประโยชน์แต่อย่างใด นอกจากนี้ บ่อน้ำมันที่บริษัท (ต่างชาติ) ได้รับสัมปทาน รัฐบาลไทยเก็บค่าภาคหลวงในอัตราประมาณร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าอัตราไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ จึงทำให้รัฐได้รับผลประโยชน์น้อย เคราะห์กรรมจึงตกอยู่แก่ประชาชนชาวไทย

ปตท. ได้พยายามชี้แจงผ่านสื่อว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ก็เป็นลักษณะต่างคนต่างพูด ทางที่ดีควรจัดเวทีสาธารณะให้ทั้งสองฝ่ายนำข้อมูลที่ถูกต้องมาโต้กัน ประชาชนจะได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตามหาก ปตท. ยอมได้กำไรลดลงจะทำให้ประชาชนคนไทยได้บริโภคน้ำมันในราคาที่ถูกลงบ้าง คนไทยถือว่าโชคดีและโชคร้าย โชคดีคือ มีน้ำมัน มีก๊าซธรรมชาติ แต่โชคร้ายก็คือ คนไทยกลับต้องบริโภคน้ำมันราคาแพง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน