
c9tg[idpvf-kpmujvp^jvkLyp
ยอดขายที่อยู่อาศัยไตรมาสแรกปีนี้ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมรสุมความเข้มงวดในนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำลังสำรวจราคาอสังหาริมทรัพย์ในตลาด เพื่อพิจารณาปรับเกณฑ์วงเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือแอลทีวี สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ตามที่สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยเสนอ
ยอดขายที่อยู่อาศัยไตรมาสแรกปีนี้ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมรสุมความเข้มงวดในนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำลังสำรวจราคาอสังหาริมทรัพย์ในตลาด เพื่อพิจารณาปรับเกณฑ์วงเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือแอลทีวี สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ตามที่สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยเสนอ
นับเป็นการแตะเบรกการเติบโตอย่างร้อนแรงของเศรษฐกิจ ไม่ให้ซ้ำรอยวิกฤตการณ์ปี 2540 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์คาดว่ายังถูกกดดันกับความไม่แน่นอนที่ว่า ทางการจะออกมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นหรือไม่
นอกจากนั้น ยังต้องติดตามเรื่องผังเมือง กทม.ใหม่ที่จะนำมาใช้ในอนาคต ที่เดิม กทม.จะใช้ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ แต่กระทรวงมหาดไทยแจ้งว่าอาจประกาศใช้ผังเมือง กทม.ฉบับใหม่
ทั้งนี้ หากมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การถอยร่นหรือประเด็นอื่นที่อาจทำให้พื้นที่การขายโครงการน้อยลงจะเป็นผลลบต่อผู้ประกอบการ เพราะการหาที่ดินพัฒนายากขึ้นและต้นทุนสูงขึ้นจำนวนยูนิตขายน้อยลง
ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกปี 2556 ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาส 4 ปี 2555 และ 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานที่ต่ำหลังน้ำท่วมปี 2554 โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดยอดขายในช่วงไตรมาสแรกปี 2556 คิดเป็น 30% จากประมาณการทั้งปี (ยกเว้น บริษัท แสนสิริ (SIRI) คิดเป็น 26%)
“เศรษฐา ทวีสิน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ SIRI กล่าวว่า ยอดขายในปี 2556 มีโอกาสทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากไตรมาสแรก/2556 บริษัทสามารถสร้างยอดขายล่าสุดได้สูงถึง 2.1 หมื่นล้านบาท เป็นการบันทึกประวัติการณ์การสร้างยอดขายที่สูงที่สุด ที่บริษัทสามารถทำได้ไตรมาสเดียว
บริษัทคาดว่าจะทบทวนปรับเป้ายอดขายใหม่ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2556
ไตรมาส 2/2556 บริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท น้อยกว่าไตรมาสแรกเนื่องจากไตรมาส 2/2556 นี้ มีการเปิดตัวโครงการใหม่ไม่มากนัก ซึ่งคาดว่าจะเปิด 78 โครงการ ในขณะที่ไตรมาสแรกบริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้ว 17 โครงการ และทั้งปี 2556 บริษัทคาดว่าจะเปิดโครงการใหม่จำนวน 45 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6.1 หมื่นล้านบาท
บริษัทมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ระดับ 3.43.5 หมื่นล้านบาท จากยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นไตรมาสแรก/2556 อยู่ที่ 6.15 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 2.44 หมื่นล้านบาท
เศรษฐา ประเมินอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ไว้ที่ระดับ 3334% จากปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 33.9%
ส่วนกรณีที่ ธปท.จะพิจารณาปรับเพิ่มเกณฑ์แอลทีวี โดยการปรับเพิ่มเงินดาวน์และลดวงเงินกู้ แอลทีวีสำหรับสินค้าคอนโดมิเนียมและการมีบ้านหลังที่ 2 สำหรับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เป็น 8085% นั้น มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมมากนัก แต่อาจจะกระทบต่อการชะลอการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจากความกังวลเรื่องผลกระทบของมาตรการควบคุมฟองสบู่ในช่วงระยะสั้นเท่านั้น
ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยมองว่าการที่ผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อบ้านหลังที่ 2 ได้นั้น เชื่อว่าต้องมีรายได้อยู่พอสมควร ซึ่งบริษัทจัดผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นผู้บริโภคระดับกลางบน ซึ่งบริษัทก็มีสินค้าระดับกลางบน 5060% ของพอร์ตรวม แต่ยังคงมองทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เชื่อว่ายังคงมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี
ด้าน “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) กล่าวว่า ยอดขาย 3 เดือนแรกปีนี้ จะทำสถิติใหม่ในรอบ 20 ปี ด้วยยอดขายที่ 1.23 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากที่บริษัทมีการเปิดโครงการเชิงรุกมากขึ้น นโยบาย ธปท.ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดที่อยู่อาศัยสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง ประกอบกับโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลจะทำให้กำลังซื้อในประเทศอยู่ในระดับที่ดี
“เป็นไปได้ที่ปีนี้บริษัทจะสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าจะมียอดขาย 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ไม่มีปัจจัยที่น่าห่วงว่าจะมีผลกระทบต่อกำลังซื้อและความมั่นใจของผู้บริโภค” ประเสริฐ กล่าว
ผลจากการสำรวจผู้ประกอบการ 7 รายของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ มี 4 ราย ที่รายงานยอดจองแข็งแกร่งในช่วงเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 9.3% จากเดือน ก.พ. และ 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักวิเคราะห์ บล.นี้มีมุมมองที่ผสมผสานและแนะนำให้ลงทุนในกลุ่มที่มีโครงการเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกปีนี้สูง เช่น บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH)
ยอดขายอสังหาริมทรัพย์รวมในช่วงไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์ โดย บล.ทิสโก้ คาดว่าผู้ประกอบการทั้ง SIRI, QH และบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) จะปรับเป้ายอดขายขึ้นหากยอดขายในช่วงไตรมาส 2 ออกมาดี แต่คาดว่ายอดขายของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) จะชะลอตัวลง เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่เป็นแนวราบและโครงการคอนโดมิเนียมจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
สำหรับบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) และบริษัท ศุภาลัย (SPALI) ซึ่งมียอดขายโตต่ำกว่า 20% เนื่องมาจากการเปิดตัวโครงการที่น้อยกว่าคาดและการยกเลิกโครงการ Aspire งามวงศ์วานในช่วงไตรมาสแรก และคาดว่าในเดือนนี้จะมีโครงการเปิดตัวยอดขายต่อยอดเปิดตัวลดลงจากเดิม 98% เป็น 80% ในช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากยอดเปิดตัวโครงการในเดือน มี.ค. ที่สูง โดยมีบริษัท ศุภาลัย (SPALI) เป็นผู้รายงานยอดขายต่อยอดเปิดตัวสูงที่สุด เนื่องจากมีโครงการที่เปิดตัวน้อย ซึ่ง SPALI คาดว่าจะเปิดตัวโครงการในช่วงครึ่งหลังของปี
บล.ทิสโก้ ชอบหุ้น LH, SPALI, LPN ซึ่งเป็นหุ้นที่มียอดเปิดตัวทำได้ตามเป้าที่วางไว้ในช่วงครึ่งแรก
นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่า ผู้ประกอบการจะผลักผลกระทบบางส่วนไปยังผู้ซื้ออยู่แล้ว ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการลดลงไม่มาก
นอกจากนั้น ยังแนะนำเลือกซื้อสะสมเพื่อการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ฐานะทางการเงินดี และจ่ายปันผลในเกณฑ์ดีอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) LH, QH, PS, SIRI และบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC)







