posttoday
แรงงานขาดแคลนปัญหาใหญ่กว่าค่าจ้างพง

แรงงานขาดแคลนปัญหาใหญ่กว่าค่าจ้างพง

15 เมษายน 2556

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ ถือเป็นปัญหาสำคัญของภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาต้นทุนเพิ่มจากค่าแรงที่แพงขึ้น ไม่ใช่ประเด็นเดียวที่น่าเป็นห่วงของภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากผู้ประกอบการกำลังมองว่าปัญหาที่ใหญ่กว่า คือ การขาดแคลนแรงงาน

นอกจากนี้ ภาวะการขาดแคลนแรงงานไทย ทำให้ต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติมาทดแทน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพราะตามเงื่อนไขการส่งเสริมบีโอไอจะเน้นไปที่การจ้างงานแรงงานไทย แม้ขณะนี้ยังผ่อนผันให้ผู้ประกอบการบ้าง แต่ตามเงื่อนไขจริงๆ ผู้ประกอบการต้องลดการจ้างแรงงานต่างด้าวลง 25% ภายใน 6 เดือน นับแต่ปีนี้ หรือต้องลดการใช้แรงงานต่างด้าวให้หมดภายใน 2 ปี จึงจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่องต้นทุนการผลิต แต่แม้จะมีการระบุถึง

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้รายงานให้เห็นตัวเลขที่สอดคล้องกับข้อกังวลของผู้ประกอบการ นั่นคือ ตัวเลขการว่างงานที่อยู่ในระดับที่ต่ำมากอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย ซึ่งล่าสุด ณ เดือน ก.พ. พบว่า การว่างงานอยู่ที่เพียง 0.6% กล่าวคือในประชากรวัยแรงงานกว่า 39.34 ล้านคน เป็นผู้มีงานทำ 38.81 ล้านคน และเป็นผู้ว่างงานเพียง 2.45 แสนคน

ข้อมูลการว่างงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าแรงงานส่วนเกินในระบบที่ลดน้อยลง มีอัตราสวนทางกับความต้องการแรงงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูลการประมาณการความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรายงานโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชี้ว่าในภาคอุตสาหกรรมซึ่งแบ่งเป็น 4 สาขาหลักๆ มีความต้องการแรงงานในช่วงปี 2556 และ 2557 ดังนี้

1.อุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่และหิน ต้องการแรงงาน 6 หมื่นคน และ 6.1 หมื่นคน 2.ภาคการผลิต มีความต้องการแรงงานที่ 5.8 ล้านคน และ 5.9 ล้านคน 3.อุตสาหกรรมไฟฟ้า ก๊าซ และประปา มีความต้องการแรงงาน 1.09 แสนคน และ 1.11 แสนคน และ 4.อุตสาหกรรมก่อสร้างคาดว่าต้องการแรงงาน 2.3 ล้านคนทั้งในปี 2556 และ 2557

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การขาดแคลนแรงงาน ภาคอุตสาหกรรมก็พยายามปรับตัวรับกับข้อจำกัดดังกล่าว โดยแนวทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการหลายรายเลือกทำ คือ การย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่งที่มีแรงงานเพียงพอ

“วัลลภ วิตนากร” รองประธาน ส.อ.ท. และประธานกรรมการ บริษัท ไฮเทค แอพพาเรล กล่าวว่า ทางบริษัทประกอบธุรกิจเครื่องนุ่งห่มซึ่งใช้แรงงานเข้มข้น และได้ขยายการลงทุนออกไปประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศลาว เวียดนาม และล่าสุดคือกัมพูชา โดยปัจจัยเริ่มต้นของการตัดสินใจย้ายฐานการผลิต คือ ต้นทุนค่าแรงในประเทศที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ภาครัฐควรจะต้องปรับเกณฑ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับการขาดแคลนแรงงานในประเทศ และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านของการเอื้อให้เกิดการออกไปตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ เช่น กรณีของภาษี ที่ปัจจุบันยังมีการเสียซ้ำซ้อน คือ นอกจากต้องเสียในประเทศที่ไปลงทุนแล้ว เมื่อส่งกลับเข้ามาในประเทศไทยยังต้องเสียอีกรอบ ซึ่งควรต้องมีการปรับปรุงให้ชัดเจน และเอื้อประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมที่จะออกไปลงทุน เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ทำให้เศรษฐกิจไทยต้องสะดุด

“พงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์” รองประธานกรรมการบริหาร สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องเพิ่มศักยภาพการผลิตให้ได้มากขึ้น และต้องพัฒนาไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานฝีมือเป็นหลัก ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ควรพิจารณาการออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้นทุนต่ำกว่า จึงจะสามารถแข่งขันได้นอกจากประเด็นการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศแล้วการขาดแคลนแรงงานยังเป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้ขณะเดียวกันการที่ตั้งของประเทศไทยจัดอยู่ในศูนย์กลางอาเซียนที่นักลงทุนให้ความสนใจมาลงทุนเนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก