posttoday
Toyota พา 10 แชมป์ DIY

Toyota พา 10 แชมป์ DIY

15 เมษายน 2556

ลำพังแค่ “เทคโนโลยี” และ “กฎระเบียบ” คงจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในยุคนี้สมัยนี้ เพราะหัวใจสำคัญต้องเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังให้คนทั่วไป “ตระหนัก” หันกลับมาเอาจริงเอาจังร่วมกันดูแลโลกใบนี้

ลำพังแค่ “เทคโนโลยี” และ “กฎระเบียบ” คงจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในยุคนี้สมัยนี้ เพราะหัวใจสำคัญต้องเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังให้คนทั่วไป “ตระหนัก” หันกลับมาเอาจริงเอาจังร่วมกันดูแลโลกใบนี้

แนวคิดดังกล่าวนำมาสู่การก่อตั้ง “Toyota ShirakawaGo EcoInstitute” หนึ่งในจุดหมายปลายทาง ที่ผู้ชนะเลิศจากโครงการประกวด “Toyoto Eco DIY Contest” ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ทั้ง 10 ท่าน ได้รางวัลเป็นการเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ณ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ “เต้ยจรินทร์พร จุนเกียรติ” ดาราสาวสวยที่มาช่วยแต่งเติมสร้างสีสันให้กับทริปนี้

ในวันที่หิมะตกปรอยๆ อุณหภูมิวิ่งไต่ระดับอยู่แค่เลขตัวเดียว รถโค้ชพาพวกเรามุ่งหน้าสู่จุดหมายแรก “พิพิธภัณฑ์เกียรติยศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี” เมืองนาโกยา เพื่อย้อนตำนาน อาณาจักรโตโยต้า

เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานผลิตเครื่องทอผ้า ธุรกิจแรกของตระกูล “โตโยดะ” ก่อนที่จะเบนเข็มก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์จนกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก ต่อมาในปี 1936 รถยนต์รุ่น AA ภายใต้การบุกเบิกของคิชิโร โตโยดะ ทายาทรุ่นที่ 2 ซึ่งตัดสินใจครั้งสำคัญกระโดดเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ ได้เปิดตัวออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกด้วยราคา 3,300 เยน ก่อนจะแตกไลน์พัฒนาเป็นรถรุ่นอื่นๆ จัดจำหน่ายไปทั่วโลก

เสน่ห์!!! ที่อัดแน่นอยู่ในพื้นที่ 8,000 ตร.ม. ของ “หอยานยนต์” คือเราจะได้เห็นทุกชิ้นส่วนของรถยนต์ ถูกถอดออกมาแสดงให้เห็นกลไกการทำงานแบบชัดๆ ทั้งพวงมาลัย เบรก โช้ค ระบบเกียร์ธรรมดา เกียร์อัตโนมัติ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งกระจกข้าง เบาะนั่ง แม้แต่ “แตรรถยนต์” ซึ่งรุ่นแรกๆ ยังเป็นแบบมือบีบคล้ายแตรรถไอติมบ้านเรา แต่ต่อท่อให้ยาวขึ้นอีกหน่อย

จากพิพิธภัณฑ์ฯ เราใช้เวลา 3 ชม.กว่ามุ่งหน้าขึ้นทางด่วนต่อไปยัง “หมู่บ้านชิราคาวาโก” ไฮไลต์ของทริปนี้ ที่นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติของบ้านเรือนสไตล์โบราณ ที่ที่เรียงรายอยู่ในเวิ้งหิมะหนา มีฉากหลังเป็นเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน จนทำให้สถานที่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยงทั่วโลกมากมาย รวมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1995

เสน่ห์อีกอย่างของที่นี่ คือการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนจนได้รับการยกย่องให้เป็นชุมชนต้นแบบ ทั้งการดังจะเห็นได้ชัดเจนคือการยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ “กัสโช” ที่แปลเป็นไทยว่า “พนมมือ” ตามลักษณะของหลังคาที่ออกแบบมาไว้รองรับหิมะที่ตกหนักหลายเดือน เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนหลังคาที่ทำมาจากหญ้าหรือฟางประเภทหนึ่ง คนในหมู่บ้านก็จะมาช่วยลงแขกเปลี่ยนหลังคากันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนงบประมาณที่ใช้เปลี่ยนหลังคาแต่ละครั้งว่ากันว่าสูงถึงหลักล้านบาท แต่จะได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ เพื่อจะคงสภาพเดิมไว้เช่นนี้

ถัดมาที่ “Toyota ShirakawaGo EcoInstitute” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านชิราคาวาโก ?ตามที่ได้เกริ่นไว้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นโรงเรียนธรรมชาติ ที่ปลุกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกับทางสถาบันแห่งนี้อย่างล้นหลามตลอดทั้งปี ที่ภายในอาคารอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำมาสาธิตให้เห็นถึงแบบอย่างการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายอากาศที่ใช้ความร้อนใต้พื้นดินมาช่วยปรับอุณหภูมิอากาศโดยไม่ต้องง้อไฟฟ้า การกักตุนหิมะที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือในหน้าหนาวไปใช้ปรับอุณหภูมิในหน้าร้อน

ไม่ใช่แค่ภาคทฤษฎีน่าเบื่อ แต่ที่นี่เขายังจัดกิจกรรมตะลุยหิมะพาเที่ยวชมธรรมชาติแบบน่าตื่นตาตื่นใจ เริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมเปลี่ยนเป็นรองเท้าบู๊ต พร้อมติดอุปกรณ์เสริมกันเท้าจมไปในหิมะ ซึ่งเดิมเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประดิษฐ์จากไม้มามัดๆ ถักๆ แต่ปัจจุบันผลิตออกมาเป็นพลาสติกพร้อมแผ่นยางรัดที่ช่วยทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้น

บรรยากาศก็ดูจะเป็นใจเมื่อหิมะที่ตกมาตั้งแต่ช่วงเช้าลดระดับเหลือแค่ปรอยๆ ทำให้การเดินทางตะลุยหิมะครั้งนี้ดูน่าตื่นเต้นไปแทบทุกย่างก้าวที่ลัดเลาะไปตามป่าสน โดยมีเจ้าหน้าที่ที่นี่ให้ความรู้ระหว่างการเดินทาง แต่ที่ดูจะได้รับความสนใจจากชาวคณะมากที่สุด อยู่ที่การเล่นแบบเด็กๆ ที่ไถลตัวลงมาตามเนินหิมะโดยใช้แผ่นพลาสติกรองก้นกันเปียก ที่ทั้งสนุกทั้งตื่นเต้นกันจนลืมหนาว

กลับเข้าสู่โหมดในเมืองด้วยการเยือนถิ่นประวัติศาสตร์อย่าง “เกียวโต” เริ่มต้นกันที่ “ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ” หรือศาลเจ้าพ่อจิ้งจอก ซึ่งชาวบ้านสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เพื่อบูชาจิ้งจอกที่เป็นทูตส่งสารของเทพเจ้า และยังเป็นที่สถิตของพระแม่โพสพ จุดเด่นของที่นี่ คือ ซุ้มประตูสีแดงกว่าร้อยต้น ทอดยอดตามเส้นทางของไหล่เขาราว 4 กม. ที่โด่งดังเนื่องจากใช้เป็นฉากในหนังเรื่อง “ Memoirs of geisha”

ต่อเนื่องด้วย “ตำหนักทอง” หรือ คินคะคุจิ ที่ดูแล้วคุ้นตาเป็นพิเศษ เพราะที่นี่เป็นฉากปราสาทของท่านโชกุนในการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา ปราสาทนี้ สร้างขึ้นใหม่ในปี ? 1955 หลังจากที่ได้ ถูกไฟไหม้ ไปเมื่อปี ค.ศ . 1950 โดยตัวเรือนเป็นสีทองจาก ทองคำเปลว

“วัดเคียวโยมิตสึ” หรือ วัดน้ำใส วัดโบราณบนเนินเขา ฮิงาชิยาม่า อายุกว่า 1,200 ปี วิหารของที่นี่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ตั้งอยู่บนเสากว่า 130 ต้น เชื่อมต่อโดยการใช้สลักยึดอาคาร แทนการใช้ตะปู ที่มาของชื่อวัดน้ำใส อยู่ตรงที่วัดแห่งนี้มีสายน้ำไหลจากยอดเขาลงมาและแยกออกเป็น 3 สาย โดยเชื่อกันว่าถ้าใครดื่มจากสายไหนก็จะประประสบความสำเร็จด้านนั้น คือ การศึกษา ควารัก สุขภาพ แถมที่นี่เขายังฆ่าเชื้อเชื้อโรคกระบวยตักน้ำด้วยแสงยูวีให้นักท่องเที่ยวมั่นใจด้วย

?อีกจุดหนึ่งภายในวัดน้ำใสที่นักท่องเที่ยววัยนิยมไปเที่ยวชมคือ ศาลเจ้าจิชู ?เพื่อบูชาเทพแห่งความรัก ที่สำคัญยังมีก้อนหินแห่งความรัก 2 ก้อน ตั้งอยู่ห่างกัน 18 เมตร ซึ่งเชื่อกันว่า หากสามารถหลับตาเดินจากก้อนหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนหนึ่งได้ จะสมปรารถนาในความรัก

ปิดท้ายด้วยปราสาทโอซากา นอกจากตัวปราสาทที่ดูเด่นเป็นสง่าแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ฝังของแคปซูล บรรจุเข้าของเครื่องใช้เมื่อปี 1970 ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในงาน EXPO และมีกำหนดเปิดแคปซูลอีกครั้งในอีก 100 ปีข้างหน้า

ส่วนทริปหน้าจะไปที่ไหนอย่างไร คงต้องรอติดตามกิจกรรมดีๆ จาก “Toyota Eco Network” กันต่อไป

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69