
กสอ.หนุนแข่งฟาสต์แฟชั่น
ของบ400ล้านพัฒนาผู้ประกอบการพยุงอุตฯสิ่งทอส่อแววทรุดอีก
ของบ400ล้านพัฒนาผู้ประกอบการพยุงอุตฯสิ่งทอส่อแววทรุดอีก
กสอ.ชง 400 ล้านบาท หนุน ดันอุตฯสิ่งทอเพิ่มศักยภาพ “ฟาสต์แฟชั่น” กระตุ้นตลาดในประเทศ ห่วงอุตสาหกรรมสิ่งทอปีนี้ทรุดอีก
นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ ผู้อำนวยการส่วนเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องของบสำหรับปีงบประมาณ 2557 กว่า 400 ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาด้านแฟชั่นแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยงบประมาณดังกล่าวแยกออกมาจากโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น
ทั้งนี้ การพัฒนาจะมุ่งให้ความรู้ผู้ประกอบการหันมาออกแบบและเจาะตลาดสินค้าแฟชั่นฮิตล่าสุด หรือฟาสต์แฟชั่น เริ่มตั้งแต่การพัฒนานักออกแบบหรือดีไซเนอร์ควบคู่กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้มีความสามารถในการวิเคราะห์และผนวกดีไซน์ที่เป็นกระแสโลกมาเข้ากับความต้องการของตลาด โดยจะเชิญวิทยากรที่มีความรู้มาร่วมอบรมเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง
“สังเกตได้ว่าแบรนด์ระดับโลกก็หันมาเจาะตลาดฟาสต์แฟชั่นมากขึ้น เช่น ยูนิโคล ที่หันมาจับตลาดฟาสต์แฟชั่นวัยเด็ก เมื่อดีไซเนอร์และผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมด้านแฟชั่น จะช่วยสินค้าไทยเข้าสู่เส้นทางสตรีตแฟชั่น กระตุ้นให้อุตสาหกรรมสิ่งทอกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2557” นายวิฤทธิ์ กล่าว
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีอัตราการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท พอปี 2555 ลดลงเหลือ 2.1 แสนล้านบาท เนื่องจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย ทำให้ยอดส่งออกสองพื้นที่ดังกล่าวลดลง 1520%
สำหรับสถานการณ์ในปีนี้เกิดภาวะค่าเงินบาทแข็งและการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท กระทบต่อผู้ส่งออก จนอาจทำให้อุตสาหกรรมเติบโตลดลงอีก 15% กสอ.จึงจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้คนไทยหันมาซื้อสินค้าสิ่งทอและแฟชั่นจากเอสเอ็มอี ซึ่งมีคุณภาพทัดเทียมนานาประเทศ ชดเชยรายได้ส่งออกที่สูญเสียไป
นอกจากนี้ จะเร่งประสานกับสถาบันการศึกษาที่มีศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งทอโดยตรง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และจัดระบบแต่ละสถาบันว่ามีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ เช่น ด้านการฟอกย้อม การทำลวดลาย เพื่อประกาศให้ดีไซเนอร์และผู้ประกอบการรับทราบ และเข้ามาขอความรู้จากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางแต่ละด้านได้โดยตรง เนื่องจาก กสอ.เองก็ไม่สามารถจัดสัมมนาอบรมผู้ประกอบการทุกคนได้
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีวงจรห่วงโซ่ยาวกว่าอีกหลายอุตสาหกรรม เมื่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้รับผลกระทบ จะส่งผลต่อไปยังอุตสาหกรรมอื่นด้วย ปีนี้ กสอ.จึงจะเร่งใส่ใจอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น







