
ชีวิตเมือง (2)
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์
โดย...วิทูรย์ สิมะโชคดี
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ สร้างความเสียหายไม่เฉพาะแต่ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึงการทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรที่สามารถสร้างผลกระทบอยู่นานมากกว่า 1,000 ปี
จากกระแสของการค้าและตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ทำให้แนวโน้มความต้องการของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคล้วนให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่มีกระบวนการผลิตบนแนวคิดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการต้องตื่นตัว (ปรับตัว) ในการพัฒนาประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตให้รองรับแนวทางการตลาดในอนาคตที่เรียกว่า EcoProducts หรือ EcoFriendly Products (ผลิตภัณฑ์หรือสินค้า หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)
EcoProducts ก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการลดความสิ้นเปลืองด้านวัตถุดิบ ทรัพยากร และประหยัดพลังงาน พร้อมๆ กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการผลิตจะเลือกใช้ทรัพยากรหรือวัตถุดิบอย่างคุ้มค่า มีการใช้พลังงานและน้ำอย่างประหยัด รวมถึงการลดของเสียและมลพิษ ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำวัตถุดิบและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์มาทำใหม่ หรือรีไซเคิลหรือทำให้คืนสภาพใช้งานได้ต่อไป
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังรวมถึงการบริการที่มีการปรับปรุงให้มีผลิตภาพและนิเวศเศรษฐกิจที่ดีอีกด้วย
สิ่งที่จะเป็น EcoProducts จะยึดหลักการ 4R เป็นหลัก อันได้แก่ การลดการใช้วัตถุดิบหรือ/การลดของเสีย (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำมาปรับใช้ใหม่ (Recycle) และการซ่อมบำรุง (Repair) เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตให้พอดีกับความต้องการของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ (ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์) ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้พลังงานในการผลิตน้อย ไม่ทิ้งกากของเสียทำลายสิ่งแวดล้อม
ทุกวันนี้ผู้คนในเมืองเริ่มให้ความสำคัญกับ EcoProducts มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น (โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ) งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า อีกประมาณ 40 ปีข้างหน้า ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ค้าขายในท้องตลาดจะเป็นสินค้าประเภท EcoProduct เท่านั้น ผู้บริโภคอย่างเราท่านสามารถสังเกตผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจาก “ฉลาก” ซึ่งมี 3 ประเภท ได้แก่
ฉลากประเภทแรก ได้รับการรับรองโดยสถาบัน หรือองค์กรภาครัฐในระดับประเทศ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานของ ISO 14024 เช่น ฉลากเขียวของไทย EU Flower ของกลุ่มประเทศ EU Green Seal ของสหรัฐ หรือฉลาก Eco Mark ของญี่ปุ่น
ฉลากประเภทที่สอง เป็นฉลากที่ได้รับการรับรองโดยบริษัท หรือยืนยันผลิตภัณฑ์ของตนเองตามหลักการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม 16 ประเด็น โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานของ ISO 14021 เช่น สามารถย่อยและแตกสลายได้ ออกแบบเพื่อให้ง่ายต่อการแยกชิ้นส่วน
ฉลากประเภทที่สาม เป็นฉลากที่ได้รับการรับรอง หรือยืนยันผลิตภัณฑ์โดยบุคคลที่ 3 โดยดูทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานของ ISO 14025 เช่น ฉลาก Eco Leaf ของญี่ปุ่น ฉลาก EPD ของสวีเดน และฉลาก EDP ของเกาหลี เป็นต้น
ประเทศต่างๆ ในเอเชียมีโครงการที่มีส่วนช่วยสนับสนุน EcoProducts เช่น ญี่ปุ่น มีโครงการจัดจ้างสีเขียว ประกอบด้วย หลักเกณฑ์การจัดซื้อสีเขียว และหลักเกณฑ์การทำสัญญาสีเขียว ฉลากสิ่งแวดล้อม การสร้างเครือข่ายการจัดซื้อสีเขียว ฐานข้อมูลสินค้าและบริการสีเขียว และการส่งเสริมการจัดนิทรรศการต่างๆ เป็นต้น
ในส่วนของไทย แม้ว่าจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา แต่มีการขยายตัวของเมืองใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายคนมากขึ้น
ปัจจุบันไทยยังไม่มีพันธกรณีในการลดก๊าซเรือนกระจก แต่เพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงในการเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาแผนงานลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคตผ่านโครงการต่างๆ เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีโครงการ “อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry) ซึ่งไม่เพียงแต่สนับสนุน ผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้การรับรองกระบวนการผลิตสีเขียวเพื่อรองรับการเติบโตของ EcoProduct ด้วย ครับผม!







