
สยามวาลาขอโต10%
ลั่นปีนี้เตรียมทุ่ม900ล้านลงทุน3ด้านผุดคลังสินค้าใหม่ซื้อเครื่องจักรทำตลาด
ลั่นปีนี้เตรียมทุ่ม900ล้านลงทุน3ด้านผุดคลังสินค้าใหม่ซื้อเครื่องจักรทำตลาด
สยามวาลา ทุ่ม 900 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าใหม่ ควบซื้อเครื่องจักรเพิ่ม พร้อมอัดกิจกรรมทุกเดือน หวังดันยอดโต 10%
นายสุหฤท สยามวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานภายใต้แบรนด์ตราช้าง เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 600-700 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าแห่งใหม่บนพื้นที่ 4 หมื่น ตร.ม.ในย่านวังน้อย เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการได้ประมาณเดือน ส.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะซื้อเครื่องจักรเพิ่มอีก 1020 เครื่องภายใต้งบลงทุนหลัก 100 ล้านบาท ในส่วนโรงงานผลิตสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ บริษัทก็มีแผนที่จะซื้อเครื่องจักรเพิ่มประมาณ 1020 เครื่อง ภายใต้งบลงทุนหลัก 100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์สำนักงาน เนื่องจากปัจจุบันกำลังการผลิตเดิมที่มีอยู่เริ่มไม่เพียงต่อความต้องการของตลาด จำเป็นต้องเพิ่มการผลิต
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ จะเน้นการทำตลาด 3 กลุ่มสินค้าประกอบด้วย ดินสอสี สมุด และปากกา เพื่อทำตลาดเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กถึงวัยทำงาน ซึ่งในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 120 ล้านบาททำกิจกรรมการตลาดตลอดทั้งปี
“ในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผมเข้าสมัครผู้ว่าฯ กทม. การทำกิจกรรมการตลาดทุกอย่างต้องหยุดไว้ก่อน ซึ่งก็ไม่กระทบกับยอดขายสินค้า เนื่องจากบริษัทมีทีมงานที่ดี จึงทำให้ยอดขายยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยหลังจากการเลือกตั้งจบผมก็จะกลับมารุกทำกิจกรรมการตลาดอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย” นายสุหฤท กล่าว
ทั้งนี้ การแข่งขันของธุรกิจเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานในปีนี้ ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะการลดราคาสินค้า ส่งผลให้ปัจจุบันกำไรในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวปรับตัวลดลง เพราะขณะนี้ต้นทุนค่าแรง และต้นทุนวัตถุดิบมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผู้ให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บริษัทออกมาทำกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น และทำโปรโมชันสินค้าทุกเดือน เช่น การแจกปากกา 1 แสนด้าม และสมุด 1 แสนเล่ม ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%







