
จี้รัฐหนุนSMEบุกต่างแดน
แนะออกกฎลดกีดกันซัพพลายเชนเชื่อช่วยกระตุ้นศก.โลกโตอีก5%
แนะออกกฎลดกีดกันซัพพลายเชนเชื่อช่วยกระตุ้นศก.โลกโตอีก5%
ผู้เชี่ยวชาญจี้ภาครัฐ เร่งกำจัดอุปสรรคซัพพลายเชน หนุนรายย่อยบุกต่างประเทศ เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโลก
เดอะ โคเรียน แฮโรลด์ เปิดเผยรายงานอ้าง ฮันบยองกู ผู้จัดการ บริษัทดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการด้านธุรกิจขนส่งด่วนประจำประเทศเกาหลีใต้ แสดงความเห็นว่า ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในหลายประเทศทั่วโลก กำลังเผชิญอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศหลายประการ โดยเฉพาะการถูกกีดกันด้านห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งนับเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศของเอสเอ็มอี
ผู้เขียนมองว่า หากรัฐบาลแต่ละชาติทั่วโลก สามารถออกมาตรการเพื่อลดอุปสรรคดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขยายกิจการสู่ต่างประเทศอย่างแข็งแกร่งของรายย่อย จะช่วยผลักดันให้อัตราจีดีพีโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 5%และส่งเสริมให้ภาคการค้าโลกขยายตัวอีก 14.5% ทีเดียว
นอกเหนือจากอุปสรรคด้านซัพพลายเชนแล้ว ผู้เขียน ระบุอีกว่าผู้ประกอบการรายย่อยยังต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญต่อการขยายกิจการสู่ต่างประเทศอีก 4 ประการ คือ 1.การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดในต่างประเทศ 2.ปัญหาการสร้างหุ้นส่วนและฐานลูกค้าในต่างประเทศ 3.การแบกรับภาระด้านภาษีศุลกากรในประเทศเป้าหมายในอัตราที่สูง และ 4.การขาดทรัพยากรทั้งเงินทุนและกำลังคน
รายงานยกตัวอย่างธุรกิจรายย่อยที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่มีพนักงานมากกว่า 50-100 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การขยายกิจการในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพนั้น บรรดารายย่อยจำเป็นต้องมีทรัพยากรรองรับเพียงพอเพื่อสามารถดำเนินการต่างๆ เช่น การทำวิจัยตลาดในต่างประเทศ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนถึงการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับทางกฎหมายและภาษีต่างๆ







