posttoday
อุ้มรายย่อยลุย‘อีคอมเมิร์ซ’

อุ้มรายย่อยลุย‘อีคอมเมิร์ซ’

11 เมษายน 2556

พาณิชย์จัดงบ9ล้านบาทเสริมแกร่งตั้งเป้าขายผ่านเว็บเพิ่ม240ราย

พาณิชย์จัดงบ9ล้านบาทเสริมแกร่งตั้งเป้าขายผ่านเว็บเพิ่ม240ราย

“พาณิชย์” อุ้มเอสเอ็มอีโอท็อป เป็นนักค้าอีคอมเมิร์ซ ตั้งเป้าปี 2556 เปิด 240 ร้าน

นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ใช้งบประมาณ 9 ล้านบาท ในการพัฒนาและอบรมผู้ประกอบการให้สร้างช่องทางการขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต หรืออีคอมเมิร์ซ พัฒนาเป็นร้านค้าออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน(โอท็อป)

สำหรับปี 2555 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการดังกล่าวเข้าร่วมอบรมเป็นผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซแล้ว 500 ราย ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าได้จริงจำนวน 200 ราย และปีนี้ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการเปิดเว็บไซต์์และขายสินค้าได้จริงเพิ่มขึ้น 20% เป็น 240 ราย

ทั้งนี้ การเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสินค้าโอท็อปใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซขายสินค้านั้น เพราะมองว่าปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและมีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอินเทอร์เน็ตยังเป็นช่องทางที่ใช้เงินลงทุนต่ำ สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อเอสเอ็มอีในปัจจุบัน

“มองว่าตลาดอีคอมเมิร์ซจะแยกกลุ่มสินค้าออกมาชัดเจน ทำให้สามารถขายตลาดเฉพาะได้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และลดต้นทุนให้เอสเอ็มอีที่ไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมในการวางสินค้าห้างค้าปลีกได้ หรือไม่มีทุนเปิดหน้าร้าน” นางวัชรี กล่าว

การขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ยังเป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่ประเทศทั้ง 10 ชาติสมาชิกอาเซียนจะมีการค้าขายกันมากขึ้น ทั้งจากการลดภาษีสินค้า บริการ และการลงทุน โดยผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งจากอาเซียนและทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะทำให้เอสเอ็มอีไทยทำการค้าขายกับต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการอีคอมเมิร์ซครั้งนี้ แบ่งเป็น เฟสแรกมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 500 ราย โดยประสบความสำเร็จสามารถขายสินค้าได้จริง 200 ราย เป็นในเขตพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ส่วนเฟส 2 จะขยายออกไปยังภูมิภาคอื่นให้มาเข้าร่วมโครงการ ซึ่งหลังจากนี้จะนำเว็บไซต์ของผู้ประกอบการเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับเว็บไซต์กลางของกระทรวงที่จะเปิดตัวอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยใช้ชื่อว่า www.thaismeportal.com

ปัจจุบันมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซมีมากกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท จากจำนวนผู้ประกอบการมาจดทะเบียนกับกระทรวง 9,993 เว็บไซต์ ขณะที่มูลค่าของสื่อออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน 12% จากมูลค่างบโฆษณาโดยรวมกว่า 1 แสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย