
คุณอยากรวยขึ้นไหม? ลองใช้สิทธิอย่างชาญฉลาดดูสิ (ตอน 1)
ก่อนเข้าเรื่องอยากหยิบยกคำคมอันเป็นอมตะของ เบนจามิน แฟรงคลิน ที่ว่า คนเราหลีกเลี่ยงสองอย่างไม่ได้ นั่นคือ ความตายกับภาษี คำคมที่ว่าก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แน่นอนคนเราต้องตาย...แค่เมื่อไหร่เท่านั้น และภาษีก็เช่นกันที่อยู่กับทุกท่านทุกคน ลองนึกดูว่ามีภาษีอะไรบ้าง ภาษีนี้ ภาษีนู่น ภาษีนั้น...ฯลฯ แม้เราหลีกเลี่ยงทั้งสองอย่างที่ว่าไม่ได้ คือ แน่นอนความตายต้องมาสักวัน แต่อย่างน้อยๆ เราก็ชะลอความตายได้ด้วยการแพทย์ที่พัฒนามากขึ้นในปัจจุบันและอนาคต และเช่นกันแม้เราหลีกเลี่ยงภาษีไม่ได้แต่เราลดหรือจ่ายภาษีให้น้อยลงได้ นี้คือหัวใจของเรื่องนี้...
ก่อนเข้าเรื่องอยากหยิบยกคำคมอันเป็นอมตะของ เบนจามิน แฟรงคลิน ที่ว่า คนเราหลีกเลี่ยงสองอย่างไม่ได้ นั่นคือ ความตายกับภาษี คำคมที่ว่าก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แน่นอนคนเราต้องตาย...แค่เมื่อไหร่เท่านั้น และภาษีก็เช่นกันที่อยู่กับทุกท่านทุกคน ลองนึกดูว่ามีภาษีอะไรบ้าง ภาษีนี้ ภาษีนู่น ภาษีนั้น...ฯลฯ แม้เราหลีกเลี่ยงทั้งสองอย่างที่ว่าไม่ได้ คือ แน่นอนความตายต้องมาสักวัน แต่อย่างน้อยๆ เราก็ชะลอความตายได้ด้วยการแพทย์ที่พัฒนามากขึ้นในปัจจุบันและอนาคต และเช่นกันแม้เราหลีกเลี่ยงภาษีไม่ได้แต่เราลดหรือจ่ายภาษีให้น้อยลงได้ นี้คือหัวใจของเรื่องนี้...
คุณเชื่อไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนๆ ก็อยากให้ทุกท่านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเป็นเรื่องที่สำคัญที่ภาครัฐช่วยสนับสนุน คือ เรื่องเกี่ยวกับภาษี ในที่นี้เราคงไม่พูดถึงการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือจะผิดหรือไม่ผิดแบบเทาๆ ที่ไม่มีกรรมการมาตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่เราจะมาพูดถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายที่สนับสนุนให้คุณรวยขึ้น หรืออย่างน้อยก็มีเงินมากขึ้นเพื่อใช้จ่ายใช้ลงทุนตามต้องการ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคุณรู้จักใช้สิทธิประโยชน์นั้นอย่างชาญฉลาด และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทางภาษีที่จะพูดถึงนี้ ก็เป็นเรื่องดีแล้วครับหากคุณให้เวลาสักนิดกับเรื่องดีๆ นี้ เพื่อที่จะได้สิ่งดีๆ ติดตัวกลับไป
เอาแบบฉบับย่อนะครับ เพื่อเป็นการจุดประกายให้คุณอยากเรียนรู้ เพราะถ้าลงลึกแต่ละเรื่องต้องอ่านเป็นพ็อกเกตบุ๊กกันเลยที่เดียว
1.สำหรับท่านที่เป็นพนักงานบริษัท หรือบริษัทนายจ้างที่รักลูกน้อง ท่านเคยรู้จักไหมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund (PVD) ถ้ายังไม่รู้จักก็อยากขอให้ท่านศึกษาดูนะครับ และท่านจะพบว่ามีสิทธิประโยชน์มากมายในการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หนึ่งในนั้นคือการลดหย่อนภาษี โดยเงินที่พนักงานหรือลูกจ้างจ่ายสะสมเข้ากองทุน PVD ทุกเดือน ซึ่งตามปกติก็อยู่ในช่วง 215% ของค่าจ้าง ซึ่งสามารถนำเงินที่จ่ายสะสมทุกเดือนทุกเดือนนี้ไปลดหย่อนภาษีได้ตามเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปีภาษี ซึ่งนั้นหมายความว่าจะมีเงินเก็บไว้ให้ท่านอยู่ในกองทุน+จ่ายภาษีน้อยลง+มีเงินเพิ่มขึ้น ส่วนนายจ้างก็มีการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน PVD นี้ให้กับลูกจ้างเช่นกัน เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง และเป็นแรงจูงใจให้ทำงานกับบริษัท นอกจากนี้เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างนี้ก็ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยครับ ลองศึกษากฎเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไทย (www.thaipvd.com)
(ติดตามตอน 2 ในสัปดาห์ต่อไป)เพิ่มเติมสักนิด ณ สิ้นธันวาคม 2555 มีจำนวนเงินกองทุน PVD ทั้งระบบอยู่ที่ 696,144 ล้านบาท มีจำนวนบริษัทหรือนายจ้างที่เข้าร่วมกองทุนทั้งสิ้น 12,754 ราย และมีพนักงานอยู่ในกองทุน 2,616,498 ราย ซึ่งรวมถึงบริษัทผมและตัวผมเองด้วยแล้วคุณล่ะครับเป็นหนึ่งกับเราแล้วหรือยัง
2.ท่านใดที่เป็นข้าราชการแน่นอนว่าท่านต้องคุ้นเคยกับ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข.” อยู่แล้วซึ่งเป็นระบบการออมภาคบังคับสำหรับข้าราชการ โดยข้าราชการจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในทำนองเดียวกันกับกองทุน PVD ซึ่งสามารถนำจำนวนเงินที่จ่ายสะสมเข้า กบข. ในแต่ละเดือน มาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีภาษี ได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีภาษี เช่นเดียวกัน นั้นก็หมายความว่าจะมีเงินเก็บไว้ให้ท่านอยู่ในกองทุน+จ่ายภาษีน้อยลง+มีเงินเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของ กบข. ได้ที่เว็บไซต์กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (http://www.gpf.or.th) มาดูข้อมูลกันสักนิด ณ สิ้น ธันวาคม 2555 เงินกองทุนใน กบข. ตามสถานะการลงทุนมีอยู่จำนวน 421,044 ล้านบาท และจำนวนสมาชิกกองทุนมีอยู่ 1,164,085 คน
3. เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ส่วนนี้เป็นกองทุนภาคบังคับสำหรับเอกชนโดยจะมีการหักเงิน 5% จากเงินเดือนนำส่งเข้ากองทุน (ตามเกณฑ์ปกติ) ซึ่งจะมีการแบ่งเงินนี้ออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่ง 1.5% จะเป็นการประกันเจ็บป่วย ส่วนที่สอง 0.5% จะเป็นการประกันการว่างงาน ส่วนที่สามอีก 3% จะเป็นการประกันชราภาพ ซึ่งใน 3 ส่วนนี้ก็จะมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย เช่น มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่เลือก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือกรณีว่างงานก็ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงาน หรืออยากกรณีทุพพลภาพหรือแม้แต่เสียชีวิตก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมนี้ หรือหากท่านมีชีวิตอยู่จนท่านเกษียนอายุท่านมีการปฎิบัติตามเงื่อนไขของกองทุนท่านจะได้สิทธิรับเงิน “บำนาญ” จ่ายเป็นรายเดือนและได้รับไปตลอดชีวิตอีกด้วย ขอเน้นตรงนี้ว่าท่านต้องศึกษาและใช้สิทธิประโยชน์ที่มีให้เกิดประโยชน์ซึ่งท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) และนอกจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีให้แล้ว เจ้าเงินที่ถูกหักนี้ทุกเดือนๆ ยังสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 9,000 บาทต่อปีภาษี (ตามเกณฑ์ปกติ) อีกด้วยนั่นหมายความว่าท่านจะมีเงินเก็บอยู่ในกองทุน+จ่ายภาษีน้อยลง+มีเงินเพิ่มขึ้นอีกๆๆๆ เช่นเดียวกัน และ ณ สิ้นปี 2555 ที่ผ่านมามีเงินกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ 991,837 ล้านบาท
เอาพอประมาณก่อนเดี๋ยวมาต่อกันครั้งถัดไปกับคุณอยากรวยขึ้นไหม? ลองใช้สิทธิอย่างชาญฉลาดดูสิ







