
ทันสถานการณ์
อบจ.ศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
อบจ.ศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
นางอัญชลี ชวนิชย์ ประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนในหลายพื้นที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหินมากขึ้น เช่น กรณีขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จ.ระยอง ที่ทำการศึกษาและเห็นว่ามีเทคโนโลยีที่ดูแลไม่ให้ถ่านหินส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยตั้งทีมวิจัยขึ้นมาศึกษาด้วยตัวเอง
พร้อมกันนี้ ได้นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยนำเสนอเข้ามาให้ กฟผ. เป็นข้อมูลในการศึกษาเรื่องการลงทุนในพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตามแม้ประชาชนบางพื้นที่จะเข้าใจมากขึ้น แต่ กฟผ.ยังต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นของประเทศ
สำหรับเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปีนี้ กฟผ. ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างเข้มข้น พร้อมกับทำแผนการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินถือเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติในด้านพลังงาน เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
อพท.ผุดแอพฯ สมาร์ตทราเวิล
พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท. ใช้งบประมาณ 3 ล้านบาท จัดทำแอพพลิเคชัน สมาร์ตทราเวิล ระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน เพื่อปลุกกระแสคนรุ่นใหม่สนใจเดินทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน โดยทยอยเปิดตัวเกมออนไลน์ 3 เกม ซึ่งสอดแทรกเนื้อหาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เกมชวนมาปั่นกับน้องพาเพลินผ่านเกมออนไลน์ The legend of Cycling ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย การเปิดตัวแอพพลิเคชันครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมปีนี้ 1.8 หมื่นเพจวิว
เล็งขึ้นค่าทางด่วน
นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ หรือบีอีซีแอล ผู้ได้รับสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 และทางด่วนสายบางปะอินปากเกร็ด ในการขอปรับค่าผ่านทางเพิ่ม หลังครบกำหนดเวลาตามสัญญาสัมปทานที่จะต้องปรับทุก 5 ปีตามตัวเลขดัชนีผู้บริโภค โดยทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 จะครบกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. ส่วนสายบางปะอินปากเกร็ด จะครบกำหนดวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยบริษัท บีอีซีแอล ให้เหตุผลถึงรอบการปรับค่าผ่านทางทำได้ทุก 5 ปี แต่นับตั้งแต่ปี 2541 ยังไม่ได้ปรับราคาเลย และอัตราในการขอปรับครั้งนี้ รถยนต์ 4 ล้อ ขอปรับขึ้น 20 บาท จากเดิม 45 บาทเป็น 65 บาท
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับค่าผ่านทางตามที่บริษัท บีอีซีแอล เสนอมาในวันที่ 10 เม.ย.นี้ และจะเร่งหาข้อสรุปให้ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนอัตราค่าทางด่วนใหม่ ซึ่งอัยการสูงสุดเคยชี้ขาดว่า การปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางทั้งโครงข่ายในเมือง และนอกเมืองจะต้องไม่เกิน 10 บาท เช่น หากโครงข่ายในเมืองได้ปรับขึ้น 10 บาทแล้ว ระบบโครงข่ายนอกเมืองจะต้องคงอัตราเดิมไว้







