
กระทุ้งภาคธุรกิจศึกษากฏระเบียบการค้า
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
กฎระเบียบทางการค้า เป็นสิ่งสำคัญต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษาให้ถี่ถ้วน เพราะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ ประเทศสมาชิกจะทำการค้าระหว่างกันมากขึ้น อีกทั้งยังมีการออกกฎระเบียบใหม่ออกมาอีก
เกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ ประธานหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย (ไอซีซี) กล่าวว่า ไอซีซีทำหน้าที่กำหนดกฎเกณฑ์ทางการค้า ดูแลการเกิดข้อพิพาททางการค้าที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจระหว่างประเทศ โดยใช้หลักอนุญาโตตุลาการเข้าไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เกือบทุกประเทศในอาเซียนมีไอซีซีของตัวเอง โดยจะมีการประชุมร่วมกันทุกปีของไอซีซี เอเชีย แปซิฟิก เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ต่างๆ ปัญหาความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น การเปิดเสรีทางการค้าและอุปสรรคของแต่ละประเทศ เพราะไอซีซีจะมีการกำหนดมาตรฐาน หรือกฎเกณฑ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา
ประเทศอาเซียนยังมีปัญหาด้านกฎระเบียบและการเปิดเสรีอยู่มาก และคงจะมีตลอดไป โดยเฉพาะเรื่องสินค้าเกษตร เพราะแต่ละประเทศมีสินค้าคล้ายคลึงกัน ดังนั้นแม้จะมีการเปิดเสรีการค้า ก็ยังมีข้อกำหนดยกเว้นต่างๆ อีกมาก ซึ่งต้องทยอยลดข้อยกเว้นดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด หากอาเซียนต้องการที่จะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
ข้อยกเว้นดังกล่าว เห็นได้จากกรณีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี ที่กำหนดให้สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือได้ในสาขาต่างๆ ที่กำหนดไว้ แต่ในทางปฏิบัติยังทำได้ยาก เพราะแรงงานต้องผ่านมาตรฐานหรือได้ใบรับรองของประเทศนั้นๆ ก่อน เช่น ในเมืองไทยต้องเข้ามาขอใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งจัดสอบเป็นภาษาไทย เป็นต้น
ข้อยกเว้นดังกล่าวควรได้รับการแก้ไข โดยแต่ละประเทศควรจะมองการเปิดเสรีในสองมิติ ทั้งโอกาสการออกไปทำงานของแรงงานไทย และโอกาสที่จะได้ใช้แรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ ความสามารถจากต่างประเทศในเมืองไทย เพราะวิชาชีพบางสาขาไทยก็มีผู้เชี่ยวชาญน้อย
ประเทศไทยมีจุดอ่อนอย่างมากเรื่องความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ จึงเสียโอกาสที่จะศึกษากฎระเบียบของต่างชาติ เพราะส่วนใหญ่จะถูกจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ การนำมาแปลให้เป็นภาษาไทยก็จะทำให้ช้ากว่าคนอื่นไปหลายก้าว โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมายไอที หรือการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและกำหนดใหม่อยู่ตลอด ทำให้บางครั้งผู้ประกอบการไทยจะมีปัญหาการทำธุรกิจ
เกษมสิทธิ์ กล่าวว่า ไอซีซีในฐานะตัวแทนของภาคเอกชน ที่ทำหน้าที่ในการกำหนดกฎระเบียบ เห็นว่าตอนนี้เป็นโอกาสของภาคเอกชนไทยที่ควรจะมาเข้าร่วมในการแสดงความเห็นในการกำหนดกฎระเบียบต่างๆ หรือเข้ามาติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ เพื่อจะได้รับทราบข้อมูล และนำไปปรับใช้ในการทำธุรกิจ สร้างความได้เปรียบและไม่ถูกเอาเปรียบ
“ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละสาขาน่าจะนำประสบการณ์ อุปสรรค หรือปัญหามาร่วมแบ่งปันกัน”
การจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น อาเซียน ซีอีโอ ฟอรั่ม ถือว่ามีประโยชน์มาก และผู้ประกอบการไทยควรเข้าร่วมมากกว่านี้ เพราะเป็นเวทีให้แต่ละคนมาแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและต่างประเทศ เพื่อที่จะได้รับทราบถึงข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งหากเป็นปัญหาหนัก ไอซีซีสามารถเสนอให้แก้ไขเพื่อสะดวกต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศมากขึ้น
ปัจจุบันโลกให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมองว่าอาเซียนและประเทศคู่ค้าอีก 6 ประเทศ จะเป็นความหวังของโลกในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ
ส่วนไทยก็เป็นศูนย์กลางของอาเซียน อยู่ในจุดที่ได้เปรียบและมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนใหม่ ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมีกลยุทธ์อาเซียน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
“ผู้ประกอบการไทยหลายคนรับทราบเรื่องนี้ แต่บางคนไม่เคยคิดถึงอาเซียน ซึ่งถือเป็นข้อเสียของคนไทย เพราะไม่อยากที่จะออกไปทำธุรกิจนอกประเทศ ไม่ใช่ไม่พร้อม แต่ไม่อยากไป อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป อย่างน้อยก็ควรรู้และปรับปรุงตัวเอง รวมถึงเรียนรู้สิ่งที่สำคัญ เช่น กฎระเบียบทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเอง” เกษมสิทธิ์ ทิ้งท้าย







