posttoday
มุ่งพลังงานทดแทน

มุ่งพลังงานทดแทน

04 เมษายน 2556

ความสำเร็จของกลุ่มบริษัท บี.กริม ในประเทศไทย และยุทธศาสตร์ในอนาคตที่จะมุ่งสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ สะท้อนผ่านมุมมองของ ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม

ความสำเร็จของกลุ่มบริษัท บี.กริม ในประเทศไทย และยุทธศาสตร์ในอนาคตที่จะมุ่งสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ สะท้อนผ่านมุมมองของ ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม

ฮาราลด์ ลิงค์ เล่าว่า ประเทศไทยมีการบริหารงานที่ต่างไปจากต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น เยอรมนี ใครจะสร้างเมืองหรือนิคมอะไรจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของภาครัฐ คือภาครัฐต้องเข้าไปวางระบบสาธารณูปโภคให้สมบูรณ์ก่อน จึงจะเข้าไปสร้างเมืองตรงนั้นได้

แต่สำหรับประเทศไทยใครอยากสร้างเมืองตรงไหนก็เข้าไปทำกันทันที หลังจากนั้นก็ให้รัฐเข้าไปวางระบบสาธารณูปโภค เมื่อระบบไม่พร้อมก็เกิดความวุ่นวาย ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าเห็นใจภาครัฐ

สำหรับเรื่องของพลังงานก๊าซธรรมชาติที่หลายฝ่ายออกมาพูดว่ากำลังจะหมดไปจากประเทศไทยนั้น เชื่อว่ายังจะไม่หมดไปจากประเทศไทยในเร็วๆ นี้ หรือถ้าหมดก็ยังสามารถนำเข้าได้จากภูมิภาคเอเชียด้วยกันได้ เพราะยังมีก๊าซธรรมชาติอีกเยอะและราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับพลังงานในกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะถ่านหินที่ภาครัฐมีแผนจะนำเข้ามาทดแทนพลังงานก๊าซ ซึ่งโดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะราคาถ่านหินแพงกว่าราคาก๊าซ

ขณะที่ทิศทางของบริษัทเองมีความสนใจลงทุนด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำ โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังพิจารณาโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มาเลเซีย ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลม อยู่ระหว่างการพิจารณาไว้ 2 โครงการขนาดโครงการละ 40 เมกะวัตต์ ทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ต้องรอความชัดเจนเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความสนใจเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าภาคเอกชนขนาดใหญ่(ไอพีพี) ที่กระทรวงพลังงานเปิดประมูล 5.4 พันเมกะวัตต์ เนื่องจากต้องการเน้นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเอสพีพี เพื่อป้อนไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรม

ปัจจุบันบริษัทจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าและพลังงานไอน้ำให้กับลูกค้าทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนามจำนวน 200 ราย ขณะที่โครงการลงทุนโรงไฟฟ้าเอสพีพีที่นิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่าบริษัทก็มีความสนใจ แต่คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกลุ่มอมตะ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 2 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตรวม 240 เมกะวัตต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี และยังมีอีก 8 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จากการที่บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะส่งผลให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 พันเมกะวัตต์ในอีก 8 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีอยู่ที่ 500 เมกะวัตต์

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน