
ทันสถานการณ์
เสนอยุบโครงการยาง
เสนอยุบโครงการยาง
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมทำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 4 เม.ย.นี้ เพื่อพิจารณายุติโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ซึ่งครบกำหนดการดำเนินโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าโครงการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม จะเสนอให้ กนย.พิจารณาขยายอายุการบริหารโครงการออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากยังมียางเหลือค้างอยู่ในสต๊อก โดยให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการยางที่ยังเหลือให้หมดก่อน
โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 2.5 หมื่นล้านบาท มีปริมาณยางที่รับซื้อในโครงการทั้งสิ้น 2.02 แสนตัน แต่ยังเหลือวงเงินตามกรอบที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติให้อีก 2 หมื่นล้านบาท จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะต่ออายุโครงการหรือไม่
สำหรับราคายางแผ่นดิบ ณ วันที่ 2 เม.ย. 2556 อยู่ที่กิโลกรัมละ 76 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม ราคายางยังไม่ถึงเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม
แจงความกังวลข้อตกลงทริปส์
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยืนยันการขอทบทวนร่างแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์ระบบยาแห่งชาติ ไม่ได้เป็นการแก้ไขเพื่อที่จะทำให้ระดับการคุ้มครองสิทธิบัตรยามากกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา (ทริปส์) องค์การการค้าโลก อย่างที่กลุ่มเอ็นจีโอตั้งข้อกล่าวหากรม แต่เป็นการแก้ไขถ้อยคำ เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและสหภาพยุโรป และผ่านการพิจารณาของสภา ตามมาตรา 190 กฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น
กรณีที่มีการเสนอการใช้ประโยชน์และหรือลดอุปสรรคของข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดการเข้าถึงยานั้น กรมเห็นด้วยกับการจัดให้มีคณะทำงานที่มาจากทุกภาคส่วน
เพิ่มโควตา ก. อีก 1 ล้านกระสอบ
คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้รายงานในที่ประชุมว่า ที่ประชุม กอน.เห็นชอบให้เพิ่มน้ำตาลทรายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ (โควตา ก.) อีก 1 ล้านกระสอบ จากเดิมที่กำหนดไว้ 24 ล้านกระสอบ (2.4 ล้านตัน) เป็น 25 ล้านกระสอบ (2.5 ล้านตัน) เนื่องจากปริมาณการใช้ในภาคอุตสาหกรรมขยายตัวขึ้นมาก
กอน.รายงานการเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2555/2556 ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมาล่าสุดหีบไปแล้ว 95% พบมีปริมาณอ้อยเข้าหีบสูงถึง 98 ล้านตัน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากเดิมทำไว้ในฤดูหีบที่แล้วที่ 97.98 ล้านตัน ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือคาดว่าปริมาณอ้อยที่เข้าหีบมีโอกาสเห็นที่ระดับกว่า 99 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม ผลผลิตน้ำตาลทรายต่อตันอ้อยปีนี้เฉลี่ยต่ำลง โดยเดิมประเมินว่า 1 ตันอ้อย ควรจะได้น้ำตาล 103 กก. แต่ขณะนี้เฉลี่ย 1 ตัน ได้น้ำตาลไม่เกิน 100 กก. หรือเฉลี่ยหายไปจากที่ควรจะเป็นตันละ 3 กก. ดังนั้นหากอ้อยปีนี้เฉลี่ยที่ 9899 ล้านตัน คาดว่าปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิตได้จะหายไปเกือบ 300 ล้าน กก.
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังพิจารณาเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งปันผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยจะเร่งให้ได้โครงสร้างใหม่ภายในเดือน มิ.ย.นี้ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก 2556/57 ที่จะเริ่มต้นประมาณเดือนส.ค.” นายประเสริฐ กล่าว







