posttoday
ผู้ผลิตไทยโดนรุม

ผู้ผลิตไทยโดนรุม

07 เมษายน 2553

 

ต่างชาติบีบลดราคาสินค้า10% เหตุตั้งราคาขายแพงเกินคู่แข่ง

โพสต์ทูเดย์ — เอกชนโอดลูกค้าต่างชาติกดราคาสินค้าไทยลง 510% ต่อรองให้ขายราคาเท่าจีน เวียดนาม

นายสมมาต ขุนเศษฐ รักษาการรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยเริ่มประสบปัญหาจากการที่คู่ค้าต่างประเทศเจรจาขอลดราคาสินค้าลง 510% จากระดับราคาในปัจจุบัน

เหตุผลเนื่องจากต้องการให้สินค้าไทยมีราคาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสินค้าจากประเทศจีน หรือเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญในการส่งออก โดยลูกค้าระบุว่าสินค้าไทยมีราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก

การต่อรองดังกล่าวทำให้เป็นห่วงว่าหากผู้ประกอบการไทยไม่ยอมปรับลดราคาสินค้าให้ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของลูกค้าต่างชาติได้ในช่วง 68 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าผู้ประกอบการไทยบางรายเริ่มปฏิเสธคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้ว เพราะลูกค้ากดราคามากเกินไปจึงกลัวว่าจะไม่คุ้มกับการลงทุน ส่วนบางรายก็ยอมที่จะรับคำสั่งซื้อที่มีกำไรลดลง หรือเกือบไม่ได้กำไรเลย เพื่อประกอบกิจการให้อยู่รอดต่อไป จะได้มีเงินหมุนเวียนประคองธุรกิจ

ทั้งนี้ ราคาสินค้าที่แม้จะถูกกดลงแล้ว แต่ปรากฏว่า ในภาพรวมราคาสินค้าไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง ก็ยังมีราคาสูงกว่าเพื่อนบ้านในระดับ 12% ซึ่งผู้ประกอบการไทยยังพอทำใจให้ยอมรับสภาพนี้ได้ แต่หากมากกว่านี้ก็คงรับไม่ได้เหมือนกัน

เหตุผลอีกประการที่ทำให้ราคาสินค้าไทยค่อนข้างแพงกว่าสินค้าของคู่แข่งมาก เนื่องด้วยระยะนี้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเมื่อเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ แต่ค่าเงินของประเทศคู่แข็งมีเสถียรภาพ อัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างนิ่ง หรือถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปในแนวทางที่อ่อนค่าลง

“ขณะนี้ยอดคำสั่งซื้อขยายตัวมาก ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 7080% หรือบางรายเพิ่มกำลังผลิตเต็ม 100% ซึ่งเป็นโอกาสดีของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ผลของการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ผู้ผลิตจำใจต้องยอมทิ้งคำสั่งซื้อบางส่วนไป เพราะไม่อยากขาดทุนมากนัก แต่หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมา จะช่วยกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมกลับมาคึกคักเหมือนเดิมได้” นายสมมาต กล่าว

ดังนั้น เอกชนจึงต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่มมาตรการในการช่วยเหลือให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่าเกินไป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพราะหากค่าเงินยังเฉลี่ยที่ 32 บาทกว่าๆ ต่อเหรียญสหรัฐ จะทำให้รายได้ของผู้ส่งออกลดลงไม่ต่ำกว่า 2.53 แสนล้านบาท

นายสมมาต กล่าวต่อว่า แม้ยอดการส่งออกในช่วง 3 เดือนแรกของปี (ม.ค.มี.ค. 2553) จะขยายตัวจากปีก่อน 2030% แต่หากคิดเป็นเงินไทย พบว่า ผู้ส่งออกไทยมีรายได้ลดลงจากเป้าหมายที่กำหนดไว้กว่า 67 หมื่นล้านบาทแล้ว ทั้งหมดอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ และรายได้แรงงานที่เกี่ยวเนื่องต่อไป

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงจะยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการไทยอย่างหนัก เพราะจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงและขายสินค้าได้ลำบากมากขึ้น ขณะที่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็จะส่งผลให้นักธุรกิจต่างประเทศบางรายได้ชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อเจรจาซื้อสินค้า เนื่องจากต้องรอให้เหตุการณ์ในไทยเป็นปกติก่อน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69