posttoday
กฏหมายและภาษี M&A เรื่องง่ายๆ ที่ทำให้ยาก (ตอน 1)

กฏหมายและภาษี M&A เรื่องง่ายๆ ที่ทำให้ยาก (ตอน 1)

02 เมษายน 2556

ผมเคยได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในคณะกรรมการพัฒนาทุนไทยที่มีการผลักดันเรื่องกฎหมายและภาษีของตลาดทุน ซึ่งก็มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งที่มีการใช้เวลาในการผลักดันมานาน คือ การแก้ไขกฎหมายและภาษีของการซื้อและควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions) ในตลาดทุนไทย อันถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย (ตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คุณกรณ์ จาติกวณิช จนถึงสมัยคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง) บางเรื่องก็สำเร็จ มีการตรากฎหมายไปแล้วรวมทั้งความพยายามในการยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการควบรวมกิจการ ที่เคยผ่านคณะรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ปัจจุบันนี้แท้งไปเรียบร้อยแล้วครับ เพราะกระทรวงการคลังและคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าสมควรที่จะให้ไปแก้ไขในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนเฉพาะเรื่อง แทนที่จะมีกฎหมายเฉพาะ (ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะทำให้การซื้อควบรวมกิจการสามารถกระทำได้รวดเร็ว มีอุปสรรคน้อยที่สุด) รวมทั้งมาตรการภาษี โดยเฉพาะการแก้ไขภาษีเงินได้ของการแลกหุ้น (Share Swap) เพื่อส่งเสร

ผมเคยได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในคณะกรรมการพัฒนาทุนไทยที่มีการผลักดันเรื่องกฎหมายและภาษีของตลาดทุน ซึ่งก็มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งที่มีการใช้เวลาในการผลักดันมานาน คือ การแก้ไขกฎหมายและภาษีของการซื้อและควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions) ในตลาดทุนไทย อันถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย (ตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คุณกรณ์ จาติกวณิช จนถึงสมัยคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง) บางเรื่องก็สำเร็จ มีการตรากฎหมายไปแล้วรวมทั้งความพยายามในการยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการควบรวมกิจการ ที่เคยผ่านคณะรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ปัจจุบันนี้แท้งไปเรียบร้อยแล้วครับ เพราะกระทรวงการคลังและคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าสมควรที่จะให้ไปแก้ไขในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนเฉพาะเรื่อง แทนที่จะมีกฎหมายเฉพาะ (ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะทำให้การซื้อควบรวมกิจการสามารถกระทำได้รวดเร็ว มีอุปสรรคน้อยที่สุด) รวมทั้งมาตรการภาษี โดยเฉพาะการแก้ไขภาษีเงินได้ของการแลกหุ้น (Share Swap) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งมาตรการภาษีและการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของบริษัทไทย เรื่องต่างๆ ผมจึงขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ดังนี้ครับ

1.ร่าง พ.ร.บ.การส่งเสริมการควบรวมกิจการในตลาดทุนที่ตกไป แทนที่จะให้มีกฎหมายเฉพาะที่สามารถทำการควบรวมกิจการให้ได้รวดเร็ว โดยการไปแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยห้างหุ้นส่วนและบริษัท และ พ.ร.บ.บริษัทมหาชน ผมไม่เชื่อว่ากระบวนการร่างแก้ไขกฎหมายนี้จะใช้เวลาได้เร็วเท่าใด ผมคิดว่าอาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 23 ปี นับเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมาก เพราะกระบวนการแก้ไขกฎหมายในประเทศไทยมีความล่าช้ามาก ทั้งๆ ที่รัฐบาลควรเร่งรัดในเรื่องนี้ การมีกฎหมายพิเศษไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ผิดปกติ หรือหากจะแก้เฉพาะเรื่องก็ควรดำเนินการโดยเร็ว ผมคิดว่าเรื่องแก้กฎหมายนี้แค่เวลาร่วมก็ผ่านมา 4 ปีแล้วครับ ตอนนี้ต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกอย่างมาก

2.มาตรการทางภาษีอากรในการส่งเสริมการซื้อและควบรวมกิจการที่แบ่งเป็นเรื่องใหญ่ๆ 2 เรื่องที่ยังค้างอยู่ (เรื่องอื่นๆ ได้มีการแก้ไขไปหลายเรื่องแล้วเช่นกัน)

2.1 การยกเว้นภาษีเงินปันผลสำหรับบริษัทไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ โดยการแก้ไข พ.ร.ฎ.ฉบับที่ 442 ที่ไม่สนับสนุนให้มีการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของบริษัทไทย ซึ่งได้มีการคุยกันและมีการเตรียมออก พ.ร.ฎ.ในสมัยนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลยังมีการนำไปพิจารณาใหม่ จนขณะนี้ก็ยังไม่มีการออกมา โดยผมเคยพูดและเขียนบทความเรื่องนี้ไปแล้วว่ารัฐบาลควรพิจารณาโดยเร็ว เรื่องนี้ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว บริษัทไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศก็ยังต้องช่วยตัวเองอยู่

2.2 ประเด็นเรื่องสิทธิประโยชน์และภาษีในการควบรวมกิจการโดยการได้มาซึ่งหุ้น การโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งแต่เดิมกฎหมายกำหนดให้ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นเรื่องผลประโยชน์ทุกกรณี แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว (ต.ค. 2555) ได้มีการแก้ไขมาตรา 5 สัตตรสใหม่ ยกเลิกของเดิมและเพิ่มเติมว่าต้องให้มีการแลกหุ้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นการควบหรือโอนกิจการทั้งหมด

ทำให้มีปัญหาว่าการควบและการโอนกิจการที่จะได้รับประโยชน์นั้นจะต้องมีการโอนหุ้นเพื่อแลกกับหุ้นในบริษัทใหม่อันได้จากการควบเข้ากันก่อนหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ผมมีความเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการควบกิจการถือได้ว่าต้องมีการโอนหุ้นบริษัทเดิมเพื่อแลกกับบริษัทใหม่อยู่แล้ว แต่มีบางคนเห็นว่าอาจใช้ไม่ได้อีก เพราะถ้อยคำไม่ชัดเจน ซึ่งหากตีความอย่างที่ว่าการควบก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าต้องมีการแลกหุ้นกันก่อน (อย่างไรก็ตาม ผมได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรว่า กรณีเรื่องการควบกิจการไม่ต้องมีการแลกหุ้นกัน) และประเด็นที่เป็นปัญหา คือ เรื่องการโอนกิจการที่กำหนดว่าจะต้องมีการแลกหุ้นในบริษัทผู้รับโอนกิจการก่อน โดยในความเป็นจริงการโอนทรัพย์สิน (กิจการ) ทั้งหมด ก็จะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการโอนหุ้นหรือแลกหุ้นแต่อย่างใด อีกทั้งกฎหมายใหม่ก็ยกเว้นเฉพาะผลได้จากทุน (Capital Gain Tax) หรือผลประโยชน์จากการโอนหุ้นเท่านั้น หลังจากแลกหุ้นยังต้องโอนกิจการและเลิกกิจการของบริษัทเดิมทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของข้อยกเว้นภาษีเรื่องการแลกหุ้นที่คณะกรรมการพัฒนาทุนได้มีการขอให้พิจารณาแต่อย่างใด n

(ติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ