
ทีวีดาวเทียมฮึดสู้ หวั่นกม.กระทบธุรกิจ
การเกิดขึ้นราวกับดอกเห็ดของทีวีดาวเทียม ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเพราะกฎหมายการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ ในมาตรา 28 ที่อนุญาตให้มีโฆษณาได้ในกิจการที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ ซึ่งหมายรวมทั้งเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ในสัดส่วนไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง โดยมีการประเมินว่า งบโฆษณาผ่านสื่อใหม่เหล่านี้ในปีนี้จะสูงถึง 2,000 ล้านบาท
ขณะที่ช่วงสุญญากาศ ที่ไม่มีคณะกรรมการองค์กรอิสระ
“กสทช.” เข้ามาดูแล หลักเกณฑ์และประกาศเกี่ยวกับการดำเนินกิจการทั้งสองมีความล่าช้า ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการวิทยุและโทรทัศน์ ในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อยู่ระหว่างพิจารณาให้ใบอนุญาตประกอบกิจการกับเคเบิลทีวีมีมาขึ้นทะเบียนกว่า 500 รายนายต่อพงศ์ เสลานนท์ ประธานอนุกรรมการวิทยุและโทรทัศน์ ใน กทช. กล่าวว่า การดำเนินการให้ใบอนุญาตกับเคเบิลทีวี คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปลายเดือน พ.ค. ส่วนการให้ใบอนุญาตและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรทัศน์ดาวเทียม คาดว่าจะเร่งดำเนินการหลังจากนั้น แต่ส่วนหนึ่งช่องรายการที่จะออกอากาศผ่านระบบเคเบิลทีวี ต้องมาลงทะเบียนกับ กทช.ก่อน จึงจะสามารถออกอากาศได้
“
กลไกดังกล่าวสามารถกำกับดูแลช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียมได้ระดับหนึ่ง แม้จะยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ ซึ่งแนวทางของคณะอนุกรรมการฯ ไม่ต้องการควบคุม แต่ดูแลให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายต่อพงศ์ กล่าวขณะที่การขยายตัวของธุรกิจทีวีดาวเทียม โดยเฉพาะการใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าในกลุ่มอาหารเสริม สมุนไพร สินค้าทางการเกษตร วัตถุมงคลและมีอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทำให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ต้องเข้ามาดูแลเป็นพิเศษ โดยจัดตั้งสายลับตรวจจับโฆษณา ใช้เครือข่ายนักศึกษาเข้ามาช่วยเฝ้าระวัง
นายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมหลายกรณี ซึ่งได้ตรวจสอบและประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หากเป็นกรณียาและอาหารเสริม จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (อย.) หรือหากเป็นผลิตภัณฑ์การเกษตร จะส่งเรื่องไปยังกรมวิชาการเกษตร เป็นต้น หากเรื่องโฆษณาเกินจริง สคบ.จะดูแลเอง
ส่วนประเด็นโฆษณาเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดให้โฆษณาได้ 6 นาทีต่อชั่วโมง รวมถึงโฆษณาแฝงต่างๆ นั้น เป็น เรื่องที่ กสทช.ดูแล ซึ่งขณะนี้องค์กรดังกล่าวยังไม่ถูกจัดตั้งขึ้น
นายนิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกันของสมาชิกในสมาคมเมื่อเร็วๆ นี้ เห็นว่ามีกฎหมายหลาย บับที่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจทีวีดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ที่กำหนดให้มีโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็น 6 นาที เพราะหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือออสเตรเลีย ไม่มีข้อจำกัดนี้
นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ.กสทช. ยังได้กำหนดให้สมาคมผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนเป็น กสทช. ต้องจดทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งสมาคมทีวีดาวเทียมก็หมดสิทธิ เนื่องจากเพิ่งจดทะเบียนมาได้ปีกว่า ซึ่งการกำหนดดังกล่าวถือเป็นการจำกัดสิทธิของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
“
เร็วๆ นี้ ชมรมจานดาวเทียมจะตั้งเป็นสมาคม รวมถึงยังมีผู้เกี่ยวกับอีกจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากพัฒนาการของเทคโนโลยี อย่างนี้ถือไปจำกัดสิทธิเขาหรือไม่ ทั้งที่เขาก็มีส่วนร่วมในธุรกิจนี้ และการจัดทำกฎหมายแต่ละครั้ง ไม่เคยเรียกผู้ประกอบการเข้าไปมีส่วนร่วมเลย” นายนิพนธ์ กล่าวทั้งนี้ หากมีการออกกฎหมายมาจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ สมาคมต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความกฎหมายว่าขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมีหลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ เสรีภาพและการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ ซึ่งการออกอากาศโทรทัศน์ดาวเทียมที่ผ่านมา ไม่ต้องขออนุญาต และผู้ประกอบการส่วนหนึ่งส่งสัญญาณมาจากต่างประเทศ รวมทั้งเครื่องส่งต่างๆ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย จะมาอยู่ภายใต้การกำกับได้อย่างไร
ปัจจุบันธุรกิจทีวีดาวเทียมกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยยอดขายจานดาวเทียมที่เพิ่มขึ้น 10% ต่อเดือน จากต้นปีมี 6 ล้านจาน เพิ่มเป็น 6.6 และ 7.2 ล้านจาน ตามลำดับ หากถูกคุมกำเนิด ผู้ประกอบการอาจต้องหาทางสู้อีกสักตั้ง







